ตัวอย่าง RPA

ตัวอย่างการใช้ RPA ในแผนกหรือองค์กรต่าง ๆ

ตัวอย่าง RPA ที่ถูกนำมาใช้ในองค์กรช่วยให้กระบวนการทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็ว แม่นยำ และลดภาระงานซ้ำซ้อน ด้วยความสามารถของเทคโนโลยี Robotic Process Automation สามารถทำงานแทนมนุษย์ในงานที่ต้องทำซ้ำ แต่ไม่จำเป็นต้องใช้การตัดสินใจที่ซับซ้อน เช่น การประมวลผลข้อมูล การจัดทำรายงาน และการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร สามารถใช้งานได้ตั้งแต่แผนกบัญชี การเงิน HR การตลาด ซัพพลายเชน ไปจนถึงธนาคาร ลองมาดูกันว่ามีตัวอย่างการใช้งาน RPA รูปแบบใดที่สามารถช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้บ้าง

สารบัญ

ตัวอย่างแผนกบัญชีและการเงินใช้งาน RPA

ตัวอย่างบัญชีและการเงินใช้ RPA

เทคโนโลยี RPA ถูกนำมาใช้กับแผนกบัญชีและการเงินในกระบวนการที่สามารถใช้ RPA ได้ เช่น การประมวลผลใบแจ้งหนี้ กระทบยอดบัญชี ตรวจสอบความสอดคล้องของยอดเงินระหว่างบัญชีภายในและธนาคาร รวมถึงช่วยตรวจสอบการชำระเงิน สร้างรายงานทางการเงินอัตโนมัติและช่วยติดตามสถานะการชำระค่าเช่าหรือหนี้สิน ทำให้กระบวนการจัดการการเงินมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การประมวลผลใบแจ้งหนี้ในงานบัญชี

ซอฟต์แวร์ OCR ดึงข้อมูลจากใบแจ้งหนี้ และ RPA ทำหน้าที่ตรวจสอบรายละเอียด เปรียบเทียบกับใบสั่งซื้อ และบันทึกลงในระบบบัญชีโดยอัตโนมัติ หุ่นยนต์นักบัญชีช่วยลดเวลาในการดำเนินงานและข้อผิดพลาดจากการป้อนข้อมูลด้วยตนเอง

การกระทบยอดบัญชี

RPA ช่วยเปรียบเทียบข้อมูลบัญชีธนาคารกับระบบบัญชีภายในองค์กร โดยสามารถแจ้งเตือนเมื่อพบความคลาดเคลื่อน ทำให้กระบวนการตรวจสอบเป็นไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำ

ตรวจสอบการชำระเงิน

ระบบอัตโนมัติสามารถตรวจสอบและยืนยันสถานะการชำระเงินจากลูกค้าได้แบบเรียลไทม์ ลดโอกาสในการเกิดข้อผิดพลาดและช่วยให้ฝ่ายบัญชีสามารถติดตามหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จัดทำรายงานการเงินอัตโนมัติ

RPA สามารถรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่ง นำมาประมวลผล และสร้างรายงานอัตโนมัติ (จัดทำรายงานการเงินตามรูปแบบที่กำหนดไว้) ลดระยะเวลาในการจัดทำและเพิ่มความแม่นยำของข้อมูล

การติดตามการชำระเงินค่าเช่า

ระบบอัตโนมัติสามารถแจ้งเตือนผู้เช่าเกี่ยวกับกำหนดการการชำระเงิน พร้อมตรวจสอบการชำระและบันทึกข้อมูลลงในระบบโดยอัตโนมัติ ทำให้กระบวนการบริหารค่าเช่าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

Use case ของ RPA ในงานฝ่ายบุคคล

ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) สามารถใช้ RPA จัดการข้อมูลพนักงานโดยการอัปเดตและจัดเก็บข้อมูลพนักงานใหม่ แก้ไขข้อมูล หรือปิดบัญชีพนักงานที่ลาออกโดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังช่วยประมวลผลเงินเดือนโดยการดึงข้อมูลเวลาทำงาน คำนวณภาษี และหักค่าประกันสังคมอย่างแม่นยำ

ตัวอย่างฝ่ายบุคคลใช้ RPA

จัดการข้อมูลพนักงาน

ระบบ RPA สามารถอัปเดตและจัดเก็บข้อมูลพนักงานได้โดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นการบันทึกข้อมูลพนักงานใหม่ ปรับปรุงข้อมูลส่วนบุคคล หรือจัดการเอกสารที่เกี่ยวข้อง ทำให้การบริหารทรัพยากรบุคคลเป็นระบบและลดข้อผิดพลาดจากการป้อนข้อมูลด้วยตนเอง

การทำ Payroll Automation

RPA ช่วยคำนวณเงินเดือน โบนัส และหักค่าภาษีหรือประกันสังคมโดยอัตโนมัติ พร้อมทั้งตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลก่อนดำเนินการจ่ายเงิน ลดปัญหาความคลาดเคลื่อนและเพิ่มความรวดเร็วในการจ่ายค่าตอบแทนให้พนักงาน อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Payroll Automation

ตัวอย่างแผนกการตลาดและการขายใช้ RPA

กรณีศึกษา RPA ในแผนกการขายและการตลาด

RPA ถูกนำมาใช้ในแผนกการตลาดและการขายเพื่อช่วยให้การจัดการข้อมูลลูกค้าและการดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำ โดยสามารถออกใบเสนอราคาอัตโนมัติได้จากฐานข้อมูลสินค้าและราคาที่อัปเดตอยู่เสมอ นอกจากนี้ยังช่วยประมวลผลคำสั่งซื้อให้เป็นระบบ ตั้งแต่การตรวจสอบคำสั่งซื้อ การยืนยันสถานะ และการแจ้งเตือนลูกค้าเกี่ยวกับการจัดส่งสินค้า สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ RPA ยังช่วยอัปเดตรายการอสังหาริมทรัพย์บนแพลตฟอร์มต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ข้อมูลที่นำเสนอเป็นปัจจุบันและถูกต้องเสมอ

ตัวอย่างฝ่ายขายออกใบเสนอราคาอัตโนมัติ

RPA สามารถดึงข้อมูลจากฐานข้อมูลลูกค้า รวมถึงรายละเอียดสินค้าและบริการเพื่อสร้างใบเสนอราคาโดยอัตโนมัติ ลดเวลาในการดำเนินงานและช่วยให้ฝ่ายขายสามารถตอบสนองต่อลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

ตัวอย่าง RPA อัปเดตข้อมูลลูกค้า

ระบบอัตโนมัติสามารถอัปเดตและตรวจสอบข้อมูลลูกค้าในระบบ CRM หรือฐานข้อมูลต่างๆ ได้โดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ ข้อมูลการติดต่อ หรือสถานะของลูกค้า ทำให้ข้อมูลมีความถูกต้องและเป็นปัจจุบัน

การประมวลผลคำสั่งซื้อด้วย RPA

RPA ช่วยดำเนินการตรวจสอบคำสั่งซื้อ เปรียบเทียบกับสินค้าคงคลัง และส่งคำสั่งซื้อไปยังฝ่ายที่เกี่ยวข้องโดยอัตโนมัติ ทำให้การประมวลผลคำสั่งซื้อมีความรวดเร็ว ลดความผิดพลาด และเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการคำสั่งซื้อของลูกค้า

อัปเดตรายการในแพลตฟอร์มช่วยขาย

ในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ RPA สามารถช่วยอัปเดตรายการอสังหาริมทรัพย์ในเว็บไซต์และแพลตฟอร์มโฆษณาต่างๆ ได้โดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มข้อมูลใหม่ แก้ไขรายละเอียด หรือปิดประกาศเมื่อมีการขาย ทำให้ข้อมูลที่นำเสนอแก่ลูกค้าเป็นปัจจุบันและถูกต้องอยู่เสมอ

ตัวอย่างการใช้ RPA กับงานซัพพลายเชน

ตัวอย่าง RPA ช่วยในกระบวนการทำงานของซัพพลายเชน เช่น การติดตามสถานะการขนส่งจากข้อมูลการจัดส่งหลายระบบ นอกจากนี้ยังช่วยจัดการสินค้าคงคลังโดยการตรวจสอบปริมาณสินค้าคงเหลือ อีกทั้งยังช่วยจัดการคำสั่งซื้อวัตถุดิบโดยอัตโนมัติ

ตัวอย่าง RPA กับงานซัพพลายเชน

RPA ติดตามสถานะการขนส่ง

RPA สามารถดึงข้อมูลการขนส่งจากระบบโลจิสติกส์และอัปเดตสถานะให้กับลูกค้าและทีมที่เกี่ยวข้องโดยอัตโนมัติ ลดระยะเวลาการติดตามข้อมูลและช่วยให้สามารถวางแผนการขนส่งได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

การจัดการสินค้าคงคลังในงานซัพพลายเชน

ระบบอัตโนมัติช่วยตรวจสอบปริมาณสินค้าคงคลัง เปรียบเทียบกับระดับความต้องการในตลาด และแจ้งเตือนเมื่อต้องเติมสินค้าในคลัง ช่วยลดความเสี่ยงในการขาดแคลนหรือสินค้าคงคลังมากเกินไป

RPA จัดการคำสั่งซื้อวัตถุดิบ

RPA สามารถช่วยดำเนินการสั่งซื้อวัตถุดิบโดยอัตโนมัติ โดยเปรียบเทียบข้อมูลสินค้าคงคลัง คาดการณ์ความต้องการ และส่งคำสั่งซื้อไปยังซัพพลายเออร์ที่เหมาะสม ช่วยลดภาระงานด้านเอกสารและทำให้กระบวนการจัดซื้อเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ตัวอย่างการตรวจสอบและบำรุงเครื่องจักร

RPA สามารถวิเคราะห์ข้อมูลจากเซ็นเซอร์ที่ติดตั้งในเครื่องจักร แจ้งเตือนเมื่อพบความผิดปกติ และกำหนดตารางการบำรุงรักษาอัตโนมัติ ลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาขัดข้อง และช่วยให้กระบวนการผลิตดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง

ตัวอย่าง RPA กับแผนกอื่น

ตัวอย่างกระบวนการอัตโนมัติในธุรกิจ

การทำให้กระบวนการทางธุรกิจเป็นอัตโนมัติหรือ Business Process Automation ด้วยเทคโนโลยีอย่าง Robotic Process Automation สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลายในองค์กร นอกจากในแผนกหลักอย่างบัญชี การเงิน ทรัพยากรบุคคล และซัพพลายเชนแล้ว ยังสามารถใช้กับกระบวนการอื่นได้เช่นกัน

ตัวอย่างเช่น การจัดการบัญชีผู้ใช้ในระบบสารสนเทศขององค์กร ที่สามารถสร้าง แก้ไข หรือปิดบัญชีโดยอัตโนมัติตามสถานะของพนักงาน ช่วยลดภาระของฝ่าย IT และเพิ่มความปลอดภัยของระบบ อีกทั้ง RPA ยังสามารถดึงข้อมูลจากแหล่งวิจัยภายนอกมาใช้ประโยชน์ในงานวิเคราะห์ ทำให้ฝ่ายวิจัยและพัฒนาเข้าถึงข้อมูลสำคัญได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น

ตัวอย่างการจัดการบัญชีผู้ใช้

RPA สามารถช่วยสร้างและจัดการบัญชีผู้ใช้ในระบบสารสนเทศขององค์กรโดยอัตโนมัติ เช่น การสร้างบัญชีใหม่สำหรับพนักงาน การกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงระบบ และการปิดบัญชีเมื่อพนักงานลาออก ลดภาระงานของฝ่าย IT และช่วยให้กระบวนการจัดการบัญชีผู้ใช้มีความปลอดภัยและเป็นระบบมากขึ้น

RPA ดึงข้อมูลวิจัยจากแหล่งต่างๆ

สำหรับแผนกวิจัยและพัฒนา (R&D) หรือแผนกวิเคราะห์ข้อมูล RPA สามารถช่วยดึงข้อมูลจากแหล่งข้อมูลภายนอก เช่น ฐานข้อมูลวิจัย บทความวิชาการ หรือรายงานทางการตลาดโดยอัตโนมัติ จากนั้นสามารถสรุปข้อมูลที่เกี่ยวข้องและนำมาใช้ในกระบวนการวิเคราะห์ ทำให้การเข้าถึงข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็วและลดเวลาในการค้นหาข้อมูลด้วยตนเอง

ตัวอย่าง RPA ในกระบวนการทำงานของทางธนาคาร

ธนาคารเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่ได้รับประโยชน์จาก RPA อย่างมาก โดยสามารถช่วยตรวสอบเอกสารสินเชื่อได้อย่างรวดเร็ว เช่น การดึงข้อมูลจากใบสมัคร ตรวจสอบเอกสารประกอบและเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลของธนาคารเพื่อลดระยะเวลาการอนุมัติสินเชื่อ นอกจากนี้ RPA ยังช่วยจัดการลูกค้าบัตรเครดิต เช่น การตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร อัปเดตข้อมูลบัญชี และแจ้งเตือนเกี่ยวกับยอดค้างชำระโดยอัตโนมัติ เปรียบเทียบกับเงื่อนไขกรมธรรม์ และแจ้งเตือนเมื่อต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติม

ตัวอย่างกระบวนการทำงานของทางธนาคารใช้ RPA

RPA ตรวจสอบเอกสารสินเชื่อ

ระบบ RPA สามารถดึงข้อมูลจากใบสมัครสินเชื่อ ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร และเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลของธนาคารโดยอัตโนมัติ ทำให้กระบวนการอนุมัติสินเชื่อเร็วขึ้น ลดข้อผิดพลาดจากการตรวจสอบด้วยตนเอง และช่วยให้ธนาคารสามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การจัดการลูกค้าบัตรเครดิตของธนาคาร

RPA สามารถช่วยในกระบวนการสมัครและอนุมัติบัตรเครดิต โดยดึงข้อมูลจากใบสมัคร ตรวจสอบเครดิตของลูกค้า และอัปเดตสถานะการสมัครในระบบโดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยติดตามการชำระเงิน แจ้งเตือนยอดค้างชำระ และอัปเดตข้อมูลบัตรเครดิตให้เป็นปัจจุบัน

ตัวอย่างการตรวจสอบเอกสารเคลมประกัน

ในกรณีที่ลูกค้าทำเรื่องเคลมประกัน RPA สามารถช่วยตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสาร นำข้อมูลไปเปรียบเทียบกับเงื่อนไขกรมธรรม์ และแจ้งสถานะการเคลมให้ลูกค้าทราบโดยอัตโนมัติ ลดระยะเวลาการดำเนินการและช่วยให้ลูกค้าได้รับบริการที่รวดเร็วขึ้น

คำถามที่พบบ่อย - ตัวอย่าง RPA

ประยุกต์ใช้ได้ ตัวอย่างที่แสดงให้เห็นเป็นแนวทาง ซึ่งสามารถปรับแต่งการทำงานของบอทให้สอดคล้องกับระบบและขั้นตอนการทำงานขององค์กรคุณได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนซอฟต์แวร์เดิมของบริษัท

ควรเริ่มจากกระบวนการทำงานที่ทำซ้ำ ๆ และใช้เวลาการทำงานนาน อาจเป็น Use Case เล็ก ๆ จะช่วยให้ทีมเห็นผลเร็ว และสามารถขยายไปยังกระบวนการอื่นภายหลังได้

  • ประมวลผลใบแจ้งหนี้
  • กระทบยอดบัญชี
  • กรอกข้อมูลลงระบบต่าง ๆ ในองค์กร

ได้ ทาง KSP AsiaFIN สามารถออกแบบ Demo ส่วนตัว จำลองกระบวนการทำงานจริงขององค์กรท่าน เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่า RPA ทำงานกับ Workflow ของคุณ

  1. ขอคำปรึกษาจากทีมผู้เชี่ยวชาญ RPA ของ KSP AsiaFIN – ให้ทีมช่วยวิเคราะห์กระบวนการที่เหมาะสมกับองค์กรของคุณ
  2. ขอดูวีดีโอ Demo สำหรับ Use Case ที่สนใจ
  3. เริ่มทำ PoC (Proof of Concept) เพื่อทดสอบ Bot กับกระบวนการทำงานขององค์กร
Facebook
LinkedIn
x.com