Task Mining คืออะไร

Task Mining คืออะไร? ขั้นตอนและเทคโนโลยีสนับสนุน

Task Mining คือกระบวนการเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากกิจกรรมการทำงานจริงของพนักงานบนคอมพิวเตอร์หรือระบบดิจิทัล เพื่อทำความเข้าใจวิธีการทำงานจริงที่เกิดขึ้นในแต่ละขั้นตอนของกระบวนการธุรกิจ แนวคิดนี้ถือเป็นรากฐานสำคัญของการปรับปรุงกระบวนการทำงาน ช่วยให้ผู้บริหารสามารถเห็นภาพรวมของขั้นตอนการทำงานจริง พร้อมระบุจุดที่สิ้นเปลืองเวลา ทรัพยากร หรืองานซ้ำซ้อน

ความแตกต่างระหว่าง Task Mining กับ Process Mining

มุมมองการวิเคราะห์

Task Mining: โฟกัสระดับงานย่อยของผู้ใช้บนเดสก์ท็อป เช่น การคลิก กรอกข้อมูล

Process Mining: โฟกัสระดับกระบวนการแบบ end-to-end จากระบบองค์กร

แหล่งข้อมูล

Task Mining: เก็บจากพฤติกรรมของพนักงาน

Process Mining: เก็บจาก event log ของระบบธุรกิจ

ความละเอียด

Task Mining: ละเอียดมาก เห็นขั้นตอนจริงระหว่างทำงาน เช่น ช่องไหนพิมพ์อะไร สลับหน้าจอกี่ครั้ง

Process Mining: เห็นภาพใหญ่ของเส้นทางกระบวนการ การวนลูป คอขวด ระยะเวลารวม

ความแตกต่างระหว่าง Task Mining กับ Process Mining
ขั้นตอนการดำเนินการ Task Mining ในองค์กร

ขั้นตอนการดำเนินการ Task Mining ในองค์กร

กระบวนการดำเนินงานของ Task Mining โดยทั่วไปจะประกอบด้วยหลายขั้นตอนที่ต่อเนื่องกัน ตั้งแต่การกำหนดวัตถุประสงค์ ไปจนถึงการวัดผลและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายเพื่อให้การเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ และการปรับปรุงกระบวนการทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับกลยุทธ์องค์กร

กำหนดวัตถุประสงค์

ก่อนเริ่มต้นโครงการ องค์กรควรกำหนดวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนและวัดผลได้ เพื่อให้แน่ใจว่าทุกขั้นตอนต่อไปจะสอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจ ไม่ใช่เพียงการเก็บข้อมูลเพื่อดูสถิติเท่านั้น แต่ต้องมุ่งไปที่การสร้างคุณค่า เช่น การลดต้นทุน การเพิ่มประสิทธิภาพ หรือการเตรียมข้อมูลสำหรับทำ RPA (Robotic Process Automation)

เลือกกระบวนการ

ขั้นตอนต่อมาคือการเลือกกระบวนการที่เหมาะสมสำหรับทำ Task Mining จะช่วยประหยัดเวลา งบประมาณ และเพิ่มโอกาสได้ข้อมูลเชิงลึกที่นำไปสู่การพัฒนาได้จริง หลักการสำคัญคือเลือกกระบวนการที่มีการทำซ้ำบ่อย ใช้เวลานาน หรือ เกี่ยวข้องกับการทำงานด้วยมือจำนวนมาก เช่น การป้อนข้อมูล การตรวจสอบเอกสาร หรือการสรุปรายงาน

เก็บข้อมูลจากกระบวนการทำงานจริง

การเก็บข้อมูลคือหัวใจสำคัญ เพราะเป็นขั้นตอนที่เปลี่ยนการทำงานจริงของคนให้กลายเป็นข้อมูลที่วิเคราะห์ได้ การเก็บข้อมูลสามารถทำได้หลายรูปแบบ เช่น การติดตั้ง Task Mining Agent บนเครื่องพนักงานเพื่อบันทึกการทำงานแบบไม่รบกวนการทำงาน หรือการใช้ Screen Recording และ OCR (Optical Character Recognition) เพื่ออ่านข้อมูลที่ปรากฏบนหน้าจอ

การวิเคราะห์รูปแบบการทำงาน

การวิเคราะห์รูปแบบการทำงานเป็นกระบวนการสำคัญที่แปลงข้อมูลดิบให้กลายเป็นข้อมูลเชิงลึกที่นำไปใช้พัฒนาได้จริง จุดประสงค์หลักคือการค้นหาความแตกต่างระหว่างวิธีทำงานที่คาดหวังกับวิธีทำงานจริง เช่น พบว่าพนักงานบางคนใช้เวลาในขั้นตอนตรวจสอบเอกสารนานกว่าค่าเฉลี่ย ซึ่งสะท้อนถึงโอกาสในการปรับปรุงระบบหรือขั้นตอนทำงานให้ราบรื่นขึ้น

ออกแบบแนวทางการพัฒนา

การออกแบบแนวทางการพัฒนา เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไข ปรับปรุง หรือทำให้เป็นอัตโนมัติในส่วนที่ก่อให้เกิดความล่าช้า โดยเริ่มจากการจัดลำดับความสำคัญของโอกาสในการปรับปรุง พิจารณาจากผลกระทบทางธุรกิจ และความง่ายในการดำเนินการ ต่อมาสร้างแผนพัฒนาที่ประกอบด้วยรายละเอียดของแนวทาง เช่น การออกแบบ Workflow ใหม่

ทดสอบและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

ขั้นตอนต่อมาคือการทดสอบและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แน่ใจว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นสามารถสร้างผลลัพธ์ตามเป้าหมายจริง ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน หรือยกระดับคุณภาพงาน การทดสอบถือเป็นจุดตรวจสอบความถูกต้องของแนวทางที่ได้จากการวิเคราะห์ก่อนนำไปใช้งานจริงในวงกว้าง

เทคโนโลยีที่สนับสนุนวิธีการ Task Mining ในองค์กร

เทคโนโลยีที่สนับสนุนวิธีการ Task Mining ในองค์กร

  • Desktop Activity เทคโนโลยีนี้ทำหน้าที่เก็บข้อมูลพฤติกรรมของผู้ใช้ขณะทำงานจริง เช่น การคลิก การพิมพ์ หรือการสลับแอปพลิเคชัน โดยไม่รบกวนการทำงาน ระบบจะบันทึกกิจกรรมทั้งหมดในรูปแบบ log หรือ event ซึ่งสามารถนำไปวิเคราะห์ต่อได้ในภายหลัง
  • OCR ช่วยให้ Task Mining เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นบนหน้าจอในระดับภาพ เช่น การอ่านข้อความจากเอกสาร การแยกแยะปุ่มหรือช่องกรอกข้อมูล และการติดตามการคลิก
  • RPA เป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาสานต่อจาก Task Mining โดยใช้ข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ขั้นตอนงานจริงมาพัฒนาเป็นบอท เพื่อทำงานซ้ำ ๆ แทนคน ตัวอย่างเช่น Task Mining พบว่าขั้นตอนการป้อนข้อมูลมีรูปแบบซ้ำกัน ระบบ RPA สามารถนำข้อมูลนั้นมาสร้างบอตให้ทำงานอัตโนมัติได้ทันที

ตัวอย่างกรณีศึกษา

สถาบันการเงินปรับปรุงกระบวนการอนุมัติสินเชื่อ

กรณีศึกษา: สถาบันการเงินปรับปรุงกระบวนการอนุมัติสินเชื่อ

สถาบันการเงินแห่งหนึ่งพบว่าขั้นตอนการอนุมัติสินเชื่อใช้เวลานานและมีข้อผิดพลาดจากการกรอกข้อมูลซ้ำในหลายระบบ ทีมโครงการจึงนำ Task Mining มาวิเคราะห์พฤติกรรมการทำงานของเจ้าหน้าที่สินเชื่อ พบว่าพนักงานต้องสลับหน้าจอระหว่างระบบ CRM ระบบตรวจสอบเครดิต และระบบเอกสารมากกว่า 60 ครั้งต่อเคส ทำให้เสียเวลาเฉลี่ยกว่า 25% ต่อวัน

หลังการวิเคราะห์ ข้อมูลจาก Task Mining ถูกนำไปสร้าง RPA Bot สำหรับคัดลอกข้อมูลลูกค้าอัตโนมัติ และออกแบบหน้าจอใหม่ให้เชื่อมโยงข้อมูลแบบเรียลไทม์ ผลลัพธ์คือระยะเวลาการอนุมัติสินเชื่อลดลงกว่า 40% ความถูกต้องของข้อมูลเพิ่มขึ้น และเจ้าหน้าที่สามารถมุ่งเน้นงานที่ต้องใช้การวิเคราะห์เชิงลึกมากขึ้น

โรงงานอุตสาหกรรมลดความล่าช้าในกระบวนการสั่งซื้อ

กรณีศึกษา: โรงงานอุตสาหกรรมลดความล่าช้าในกระบวนการสั่งซื้อ

โรงงานผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์รายหนึ่งนำ Task Mining มาศึกษากระบวนการจัดซื้อวัตถุดิบ พบว่าขั้นตอนการออก PO และตรวจสอบใบเสนอราคาจากซัพพลายเออร์ใช้เวลานานและต้องเปิดไฟล์หลายระบบพร้อมกัน ระบบ Task Mining สามารถจับลำดับการทำงานจริงและวิเคราะห์เวลาที่สูญเสียในแต่ละขั้นตอน

องค์กรจึงพัฒนา workflow อัตโนมัติร่วมกับ Process Mining และ RPA เพื่อเชื่อมโยงระบบ ERP และระบบเอกสารเข้าด้วยกัน ทำให้เวลาการออกใบสั่งซื้อเป็นอัตโนมัติและการอนุมัติคำสั่งซื้อสั้นลงจาก 3 วันเหลือเพียงไม่ถึง 1 วัน ลดภาระงานเอกสารและเพิ่มความโปร่งใสในการติดตามสถานะ

ประโยชน์ของ Task Mining ต่อองค์กร

  • เพิ่ม Productivity – Task Mining ทำให้มองเห็นขั้นตอนที่ซ้ำซ้อนหรือไม่สร้างคุณค่า ทำให้องค์กรสามารถปรับปรุงขั้นตอนการทำงานให้สั้นลง
  • ลดต้นทุนและทรัพยากรที่สูญเปล่า – องค์กรสามารถระบุได้ชัดเจนว่าขั้นตอนใดสิ้นเปลืองทรัพยากรโดยไม่จำเป็น ทั้งแรงงาน เวลา และงบประมาณ
  • สร้างรากฐานให้การทำงานอัตโนมัติ – ช่วยให้การพัฒนา RPA มีข้อมูลที่ถูกต้องและครอบคลุม เพราะระบบสามารถบันทึกขั้นตอนการทำงานจริงของผู้ใช้โดยละเอียด
  • ยกระดับการตัดสินใจด้วยข้อมูลจริง – ผู้บริหารสามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ เช่น การจัดลำดับความสำคัญของโครงการปรับปรุง
  • ปรับปรุงประสบการณ์ของพนักงาน – เมื่อองค์กรเข้าใจว่าพนักงานต้องเผชิญกับขั้นตอนที่ยุ่งยากหรือใช้ระบบมากเกินไป ก็สามารถออกแบบเครื่องมือและกระบวนการใหม่ให้ใช้งานง่ายขึ้น
ประโยชน์ของ Task Mining ต่อองค์กร

ข้อจำกัดของ Task Mining

  1. ความกังวลด้านความเป็นส่วนตัวของพนักงาน – หนึ่งในข้อจำกัดหลักคือเรื่อง Privacy เนื่องจาก Task Mining เก็บข้อมูลจากพฤติกรรมบนหน้าจอของผู้ใช้ ซึ่งอาจรวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลที่เป็นความลับทางธุรกิจ
  2. การจัดการข้อมูลและความปลอดภัย – การเก็บข้อมูลระดับกิจกรรมจำนวนมากต้องใช้ระบบจัดเก็บและเข้ารหัสข้อมูลที่ปลอดภัย หากขาดการควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงหรือไม่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่รัดกุม อาจเสี่ยงต่อการรั่วไหลของข้อมูล
  3. คุณภาพและความครบถ้วนของข้อมูล – หากเก็บข้อมูลไม่ครอบคลุมช่วงเวลาของกระบวนการจริง ข้อมูลที่ได้อาจไม่สะท้อนการทำงานทั้งหมด ทำให้ผลการวิเคราะห์ผิดเพี้ยน
Facebook
LinkedIn
x.com