Rule-based คือ

ระบบ Rule-based คืออะไร? อธิบายองค์ประกอบและตัวอย่างใช้งาน

แม้ระบบ Rule-based จะไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่ แต่เป็นเครื่องมือสำคัญขององค์กรที่ถูกนำมาใช้ในงานที่มีลักษณะซ้ำๆ และสามารถกำหนดกฎเกณฑ์ได้อย่างชัดเจน เช่น การตรวจสอบเงื่อนไขเบื้องต้น หรือการประมวลผลข้อมูลลูกค้า ด้วยความสามารถในการอธิบายผลลัพธ์ได้อย่างโปร่งใส ไม่ต้องพึ่งพาการเรียนรู้จากข้อมูล และรองรับงานที่ต้องการความแม่นยำสูง ระบบนี้จึงเหมาะทั้งธุรกิจขนาดเล็กและธุรกิจขนาดใหญ่

สารบัญ

Rule-based

Rule-based คือระบบที่ใช้กฎ หรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เป็นหัวใจสำคัญในการประมวลผลข้อมูลและดำเนินการตัดสินใจในแต่ละสถานการณ์ หากเกิดเงื่อนไขหนึ่ง ระบบจะตอบสนองด้วยการกระทำที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน การทำงานของระบบนี้ไม่พึ่งพาการเรียนรู้จากข้อมูลใหม่ แต่พัฒนาโดยอาศัยความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญ เพื่อออกแบบกฎที่ครอบคลุมสถานการณ์ต่างๆ ให้มากที่สุด

องค์ประกอบของ Rule-based

มีองค์ประกอบหลัก 3 ส่วน ได้แก่ Rules, ตัวแปรและเงื่อนไข และผลลัพธ์ ซึ่ง 3 ส่วนนี้จะทำงานร่วมกันเพื่อให้ระบบสามารถตัดสินใจหรือดำเนินการอย่างเป็นระบบ

Rule-based มีองค์ประกอบหลัก 3 ส่วน

Rules

กฎ หรือ Rules คือชุดคำสั่งที่ระบุถึงสถานการณ์เฉพาะและสิ่งที่ควรทำในสถานการณ์นั้น โดยทั่วไปจะเขียนในรูปแบบ IF-THEN เช่น “ถ้ามียอดเงิน < 100 บาท จะทำการโอนเงินเพิ่มให้ทันที” การออกแบบกฎต้องให้แน่ใจว่าถูกต้องและครอบคลุมสถานการณ์ที่เป็นไปได้

ตัวแปรและเงื่อนไข

ตัวแปร คือข้อมูลอินพุตที่ระบบใช้ตรวจสอบกับกฎ เช่น อายุ, รายได้, อุณหภูมิ ส่วนเงื่อนไขเป็นเกณฑ์ที่ระบุว่าค่าของตัวแปรเป็นเช่นไรจึงจะเข้าข่ายของกฎ เช่น อายุ > 55 หรือ อุณหภูมิ >= 35 ตัวแปรและเงื่อนไขเป็นส่วนที่ใช้เปรียบเทียบกับข้อมูลจริงเพื่อตัดสินว่ากฎควรทำงานหรือไม่

ผลลัพธ์

ผลลัพธ์ คือสิ่งที่ระบบจะดำเนินการเมื่อกฎนั้นๆ เป็นจริง เช่น แสดงข้อความแจ้งเตือน, ส่งข้อมูลต่อไปยังผู้เชี่ยวชาญ, หรือดำเนินการบางอย่างอัตโนมัติ เช่น อนุมัติคำขอ การออกแบบผลลัพธ์ต้องคำนึงถึงผลกระทบ และความเหมาะสมของการกระทำในแต่ละสถานการณ์

ความแตกต่างระหว่าง Rule-based กับ Machine Learning

สองแนวทางหลักในการพัฒนาระบบอัจฉริยะ ซึ่งแต่ละแนวทางมีหลักการทำงาน รวมถึงข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน ดังนี้

หลักการทำงาน

Rule-based ทำงานโดยอ้างอิงจากกฎที่มนุษย์กำหนดขึ้นล่วงหน้า ไม่เรียนรู้จากข้อมูล

Machine Learning เรียนรู้จากข้อมูลจำนวนมากที่มีอยู่ เพื่อนำมาตัดสินใจในสถานการณ์ต่างๆ

ความยืดหยุ่นและความซับซ้อนของปัญหา

Rule-based ไม่ยืดหยุ่นและไม่ซับซ้อน เหมาะกับปัญหาที่มีกฎชัดเจน

Machine Learning มีความยืดหยุ่นสูง เหมาะกับปัญหาที่มีความซับซ้อน

ข้อมูลที่ต้องใช้

Rule-based ใช้ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญในการสร้างกฎ ไม่จำเป็นต้องมีข้อมูลจำนวนมาก

Machine Learning ต้องการข้อมูลที่มีคุณภาพและจำนวนมาก เพื่อใช้ในการฝึกโมเดล

การทำงานของ Rule-based

Rule-based ทำงานโดยใช้กฎที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าในการตัดสินใจหรือดำเนินการกับข้อมูลที่ได้รับเข้ามา การทำงานสามารถแบ่งออกเป็นขั้นตอนหลักๆ ดังนี้

ขั้นตอนการทำงาน

  1. รับข้อมูลจากผู้ใช้งานหรือระบบอื่นป้อนข้อมูล เช่น รายได้ หรือค่าอุณหภูมิ เป็นต้น
  2. ระบบตรวจสอบเงื่อนไขในแต่ละกฎว่าเข้ากันกับข้อมูลที่ได้รับหรือไม่
  3. หากมีกฎที่เข้าเงื่อนไข ระบบจะเลือกใช้กฎแรกที่ตรง หรือตามลำดับความสำคัญของกฎ
  4. ดำเนินการตาม Workflow ผลลัพธ์ที่ตรงเงื่อนไข เช่น ส่งแจ้งเตือน หรือสร้างรายงาน
  5. แสดงผลการดำเนินการให้กับผู้ใช้งานได้รับทราบ หรือให้ระบบอื่นนำผลลัพธ์ไปใช้งานต่อ
ขั้นตอนการทำงานของ Rule-based กำหนดไว้ล่วงหน้า
ตัวอย่างการทำงานจริงของ Rule-based

ตัวอย่างการทำงานจริง

การประเมินความเสี่ยงการให้สินเชื่อด้วยระบบ Rule-based โดยธนาคารประเมินความเสี่ยงของลูกค้าก่อนอนุมัติด้วยรายได้สุทธิต่อเดือน เช่น < 15,000 บาท ทำการปฏิเสธคำขอ แต่ถ้า ≥ 15,000 บาท อนุมัติวงเงินตามที่กำหนด

ระบบ Rule-based คัดกรองใบสมัครงานเบื้องต้น โดยกรองจากข้อมูลของผู้สมัคร เช่น วุฒิการศึกษาต่ำกว่า ปวส. จะทำการปฏิเสธอัตโนมัติ แต่ถ้ามีประสบการณ์ 2 ปีขึ้นไป ส่งต่อให้กับผู้จัดการฝ่ายเพื่อพิจารณา

ข้อดีและข้อจำกัดของ Rule-based

ข้อดี

  • สามารถตรวจสอบได้ว่าผลลัพธ์เกิดจากกฎข้อไหน ซึ่งเหมาะกับงานที่ต้องการความโปร่งใส
  • ผู้พัฒนาสามารถกำหนดพฤติกรรมของระบบได้โดยตรงผ่านการเขียนกฎ
  • ไม่ต้องใช้ข้อมูลจำนวนมาก เหมือนการฝึกโมเดล Machine Learning
  • กฎถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า จึงสามารถทดสอบและประเมินผลลัพธ์ได้ล่วงหน้าอย่างแม่นยำ
  • ต้นทุนเริ่มต้นต่ำ โดยเฉพาะระบบขนาดเล็กที่ไม่ซับซ้อน

ข้อจำกัด

  • ไม่สามารถปรับตัวกับสถานการณ์ใหม่ได้เอง หากกรณีใหม่ไม่อยู่ในกฎ
  • ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบกฎให้ครอบคลุมและไม่ขัดแย้งกัน
  • ไม่เหมาะกับงานที่ซับซ้อนหรือมีรูปแบบที่ไม่แน่นอน เช่น การรู้จำเสียง หรือการวิเคราะห์ภาพ

RPA กับ Rule-based

RPA ทำงานภายใต้กฎหรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เรียกว่า Rule-based ซึ่งหมายความว่า ตัวอย่างการทำงานของบอท RPA เช่น การคลิกปุ่ม การกรอกแบบฟอร์ม หรือการคัดลอกข้อมูลจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง ทั้ง 2 เป็นแนวคิดที่เกี่ยวข้องกันในด้านระบบอัตโนมัติ โดยมีความเหมือนและความต่างที่น่าสนใจ ดังนี้

ความเหมือนของ RPA และ Rule-based

  • Rule-based และ RPA ทำงานตามกฎที่กำหนดไว้ล่วงหน้าในการประมวลผลไม่พึ่งพาการเรียนรู้จากข้อมูล
  • เหมาะกับงานที่ต้องทำซ้ำๆ มีขั้นตอนชัดเจน และมีรูปแบบตายตัว
  • เน้นการทำงานอัตโนมัติแทนมนุษย์ในงานที่ใช้ตรรกะตรงไปตรงมา เช่น การกรอกแบบฟอร์ม, ตรวจสอบข้อมูล หรือการแจ้งเตือน
RPA กับ Rule-based

ความแตกต่าง

นิยาม: RPA คือระบบอัตโนมัติที่เลียนแบบการทำงานของมนุษย์ ส่วน Rule-based System คือระบบที่ตัดสินใจตามกฎที่กำหนดไว้

เป้าหมาย: RPA ลดงานซ้ำซ้อนจากมนุษย์ในกระบวนการทำงาน ส่วน Rule-based System ช่วยตัดสินใจหรือตอบสนองต่อข้อมูลอย่างมีตรรกะ

Facebook
LinkedIn
x.com