Intelligent Automation (IA) เป็นมากกว่าการลดต้นทุนหรือการประหยัดเวลา เพราะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการปรับปรุงกระบวนการทำงานให้คล่องตัว พร้อมเพิ่มความแม่นยำและคุณภาพในผลลัพธ์ที่ได้ การทำงานของระบบอัตโนมัติอัฉริยะไม่ได้จำกัดอยู่แค่การดำเนินงานที่เป็นระบบซับซ้อน แต่ยังช่วยให้ธุรกิจตอบสนองต่อความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ การคาดการณ์แนวโน้มในอนาคต และการปรับปรุงประสบการณ์ลูกค้า นอกจากนี้ IA ยังช่วยส่งเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างเทคโนโลยีและมนุษย์ ทำให้บุคลากรมีเวลาโฟกัสกับงานที่ต้องการความคิดสร้างสรรค์และกลยุทธ์ในระดับที่สูงขึ้น
ระบบอัตโนมัติอัจฉริยะ หรือ Intelligent Automation (IA) คือ การใช้เทคโนโลยีเพื่อลดการพึ่งพามนุษย์ในกระบวนการทำงานที่ซับซ้อน โดยผสานระบบอัตโนมัติ ปัญญาประดิษฐ์ และการจัดการกระบวนการทางธุรกิจเข้าด้วยกัน ซึ่งส่งผลให้สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานและลดข้อผิดพลาดที่เกิดจากมนุษย์ได้อย่างมาก
การทำงานของ Intelligent Automation ประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ 3 ส่วน ได้แก่ Robotic Process Automation (RPA), Artificial Intelligence (AI), และ Business Process Management (BPM) โดยทั้งสามส่วนนี้ทำงานร่วมกันเพื่อให้เกิดระบบที่ชาญฉลาดและคล่องตัว
Robotic Process Automation (RPA) คือเทคโนโลยีที่ช่วยให้กระบวนการทำงานที่ต้องทำซ้ำๆ และเป็นระบบ เช่น การกรอกข้อมูลในฟอร์ม การประมวลผลใบแจ้งหนี้ หรือการตรวจสอบข้อมูล สามารถทำงานได้อัตโนมัติ โดยลดการพึ่งพามนุษย์และช่วยให้พนักงานสามารถโฟกัสงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์หรือการตัดสินใจที่ซับซ้อน
AI เพิ่มความสามารถในการตัดสินใจและคาดการณ์ในระบบ IA โดย Artificial Intelligence จะใช้เทคโนโลยีต่างๆ เช่น การเรียนรู้ของเครื่อง Machine Learning, การประมวลผลภาษาธรรมชาติ (Natural Language Processing) และการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อให้ระบบสามารถเข้าใจ ตัดสินใจ และตอบสนองต่อข้อมูลได้อย่างชาญฉลาด
Business Process Management เป็นกระบวนการจัดการและปรับปรุงกระบวนการทำงานให้เป็นระบบและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเมื่อรวมกับ RPA และ AI จะช่วยให้การดำเนินงานในทุกส่วนของธุรกิจมีความราบรื่น และตอบสนองต่อความต้องการของตลาดได้อย่างรวดเร็ว
Intelligent Automation (IA) ได้รับการประยุกต์ใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม เนื่องจากสามารถปรับปรุงกระบวนการทำงาน ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพได้อย่างชัดเจน ต่อไปนี้คือตัวอย่างการใช้งานที่แสดงให้เห้นถึงศักยภาพของระบบอัตโนมัติอัจฉริยะ
ในวงการแพทย์ IA ถูกนำมาใช้เพื่อจัดการกับข้อมูลผู้ป่วย การวิเคราะห์ข้อมูลและการตรวจสอบผลทางการแพทย์ เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพและแม่นยำมากขึ้น ตัวอย่างเช่น ระบบวิเคราะห์ภาพเอกซเรย์โดย AI หรือการจัดการนัดหมายคนไข้ผ่าน RPA
ในอุตสาหกรรมพลังงาน IA ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการทรัพยากรพลังงาน การตรวจสอบระบบโครงข่ายไฟฟ้า และการพยากรณ์ความต้องการใช้พลังงาน ช่วยให้การผลิตและส่งมอบพลังงานเป็นไปอย่างยั่งยืน
ธุรกิจสินเชื่อสามารถใช้ IA เพื่อปรับปรุงการประเมินความเสี่ยงและการอนุมัติสินเชื่อ โดย AI จะช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเครดิตของลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ขณะที่ RPA จะช่วยประมวลผลเอกสารและข้อมูลต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ
ในด้านการศึกษาระบบอัตโนมัติอัจฉริยะช่วยในการพัฒนาการเรียนการสอน เช่น การออกแบบหลักสูตรที่เหมาะสมกับผู้เรียนแต่ละคน การประเมินผลการเรียนแบบอัตโนมัติ และการให้คำแนะนำผ่านระบบแชทบอทที่ใช้ AI เป็นพื้นฐาน
Intelligent Automation (IA) และ AI Automation มักถูกใช้สลับกันในหลายบริบท แต่จริงๆแล้วแตกต่างกันเล็กน้อย
IA เป็นการรวมกันระหว่าง Automation + Artificial Intelligence + Business Process Management ใช้กับงานซ้ำๆ ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น เช่น การพิจารณาสินเชื่อ หรือการจัดการเอกสาร
AI Automation คือการใช้ AI เพื่อควบคุมการทำงานอัตโนมัติโดยตรง โดยมุ่งเน้นที่ความสามารถด้านการเรียนรู้และตัดสินใจของ AI
IA เป็นหัวใจสำคัญของ Digital Transformation เพราะช่วย: