ERP คืออะไร

คู่มือฉบับสมบูรณ์ ERP คืออะไร? ระบบบริหารจัดการทรัพยากรของธุรกิจ

ERP ถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจสมัยใหม่ เนื่องจากช่วยรวบรวมข้อมูลและกระบวนการทำงานของแต่ละแผนกมาอยู่ในระบบเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นบัญชี การเงิน การขาย การผลิต ไปจนถึงทรัพยากรบุคคล การมีระบบเข้ามาช่วย ทำให้ทำงานเชื่อมโยงกันอย่างมีประสิทธิภาพ ลดความซ้ำซ้อน และความผิดพลาดที่มักเกิดจากการใช้ข้อมูลแยกส่วนกัน

สารบัญ

ERP คือระบบอะไร

ERP คือระบบบริหารจัดการทรัพยากรขององค์กร ช่วยให้ทุกฝ่ายสามารถเข้าถึงข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน เปรียบเสมือนสมองกลางที่รวบรวมข้อมูลจากทุกมุมขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลทางการเงิน สถานะสินค้าในคลัง ยอดขาย หรือข้อมูลพนักงาน เป็นต้น

ERP ย่อมาจาก

ERP ย่อมาจาก Enterprise Resource Planning หรือแปลเป็นไทยว่า การวางแผนทรัพยากรองค์กร คำว่า Enterprise หมายถึง ธุรกิจที่มีหลายหน่วยงาน Resource หมายถึงทรัพยากรในรูปแบบต่าง ๆ เช่น เงินทุน วัตถุดิบ หรือบุคลากร ส่วน Planning คือการวางแผนอย่างเป็นระบบ

ลักษณะสำคัญของ ERP

  1. การรวมข้อมูลไว้เป็นศูนย์กลาง เพื่อให้ทุกฝ่ายใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูลเดียวกัน
  2. การทำงานแบบเรียลไทม์ ข้อมูลอัปเดตทันทีที่มีการเปลี่ยนแปลง
  3. ทุกกระบวนการทำงานบนระบบสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้
  4. ผู้บริหารสามารถใช้ข้อมูลในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์
ทำไมธุรกิจต้องใช้ ERP เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

ทำไมธุรกิจต้องใช้ ERP

  • เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ระบบช่วยลดงานซ้ำซ้อน เช่น การกรอกข้อมูลหลายครั้งในหลายระบบ
  • องค์กรสามารถวิเคราะห์ทรัพยากรที่มีอยู่ได้อย่างแม่นยำ เช่น ปริมาณสินค้าคงคลัง หรือสถานะการใช้วัตถุดิบ
  • สร้างความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ทุกกระบวนการจะถูกบันทึกไว้ในระบบ
  • ตัดสินใจเชิงธุรกิจแม่นยำมากขึ้น เพราะผู้บริหารสามารถเข้าถึงข้อมูลได้แบบเรียลไทม์

ประเภทของ ERP

โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ On-premises, Cloud และ Hybrid ซึ่งแต่ละแบบมีจุดเด่นและข้อพิจารณาที่แตกต่างกัน การเข้าใจความแตกต่างจะช่วยให้องค์กรเลือกใช้ระบบที่สอดคล้องกับความต้องการมากที่สุด

On-premises

ระบบที่ติดตั้งและใช้งานบนเซิร์ฟเวอร์ขององค์กรเอง ข้อมูลทั้งหมดจะถูกเก็บไว้ภายใน ทำให้องค์กรสามารถควบคุมระบบและความปลอดภัยได้เต็มที่ เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีนโยบายด้านข้อมูลที่เข้มงวด

Cloud ERP

ระบบที่ให้บริการผ่านอินเทอร์เน็ต ข้อมูลและซอฟต์แวร์ทั้งหมดถูกติดตั้งและจัดการบนคลาวด์ องค์กรเพียงแค่สมัครใช้บริการและเข้าถึงระบบผ่านเว็บหรือแอปพลิเคชัน ข้อดีคือไม่ต้องลงทุนซื้ออุปกรณ์เซิร์ฟเวอร์เอง

Hybrid

การผสานระหว่าง On-premises กับ Cloud เข้าด้วยกัน โดยเก็บข้อมูลไว้ภายในเซิร์ฟเวอร์ของตนเอง ส่วนโมดูลติดตั้งไว้บนคลาวด์ แนวทางนี้เหมาะกับองค์กรที่ต้องการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและความสะดวกสบายในการใช้ระบบ

ระบบ ERP มีส่วนประกอบอะไรบ้าง

ระบบ ERP ประกอบด้วยโมดูลหลายส่วนที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานหลายด้านขององค์กร ไม่ว่าจะเป็น ฝ่ายการเงิน จัดซื้อ การขาย การผลิต และบริหารทรัพยากรบุคคล

บัญชีและการเงิน

บัญชีและการเงิน

โมดูลด้านบัญชีการเงินช่วยให้ธุรกิจสามารถติดตามกระแสเงินสด กำไร ขาดทุน และสถานะการเงินได้อย่างแม่นยำ ระบบจะรวบรวมข้อมูลการทำธุรกรรมทุกขั้นตอน ตั้งแต่รายรับ รายจ่าย ใบแจ้งหนี้ ไปจนถึงปิดงบการเงินประจำปี ทำให้การจัดทำรายงานทางการเงินเป็นไปอย่างรวดเร็วและถูกต้องมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยในเรื่องการควบคุมงบประมาณ รวมถึงการบริหารสภาพคล่องอีกด้วย

จัดซื้อและซัพพลายเชน

โมดูลด้านการจัดซื้อและซัพพลายเชนช่วยให้ธุรกิจบริหารการสั่งซื้อวัตถุดิบจากซัพพลายเออร์ได้อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การขอใบเสนอราคา ออกใบสั่งซื้อ ตรวจรับสินค้า ไปจนถึงการจัดการสินค้าคงคลังอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังช่วยวิเคราะห์ประสิทธิภาพของซัพพลายเออร์ เช่น การส่งสินค้าตรงต่อเวลา คุณภาพของวัตถุดิบ และต้นทุนโดยรวม เพื่อให้องค์กรสามารถเลือกคู่ค้าที่ดีที่สุดได้

การขายและการตลาด

โมดูลการขายและการตลาดทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลลูกค้าและการขายไว้ในระบบเดียว ช่วยให้ทีมขายสามารถติดตามโอกาสทางธุรกิจ ตั้งแต่การนำเสนอ การเจรจา ไปจนถึงการปิดการขายได้ครบถ้วน อีกทั้งยังสามารถวิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อของลูกค้า แนวโน้มตลาด และประสิทธิภาพของแคมเปญการตลาดอีกด้วย

การผลิต

โมดูลการผลิตใช้ในอุตสาหกรรม 4.0 ช่วยในการวางแผน ควบคุม และติดตามทุกขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่การคำนวณวัตถุดิบ การจัดตารางการผลิต การควบคุมคุณภาพ ไปจนถึงการส่งมอบสินค้า ข้อมูลแบบเรียลไทม์จะช่วยให้ผู้บริหารมองเห็นปัญหาและแก้ไขได้ทันที พร้อมทั้งนำไปวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต

ทรัพยากรบุคคล

โมดูลของฝ่ายทรัพยากรบุคคลช่วยในการจัดการข้อมูลพนักงาน ไม่ว่าจะเป็นการบันทึกประวัติพนักงาน จัดการเอกสารสัญญาจ้าง คำนวณเงินเดือนและโอที ไปจนถึงการประเมินผลการทำงาน ระบบยังช่วยติดตามการลางาน การทำงานล่วงเวลา และชั่วโมงการทำงานจริง เพื่อให้ข้อมูลตรงกับกฎหมายแรงงาน

การผลิตและทรัพยากรบุคคล

โปรแกรม ERP ยอดนิยม

ในปัจจุบันมีโปรแกรม ERP ให้เลือกใช้หลากหลายเจ้าจากทั่วโลก ซึ่งแต่ละระบบถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ธุรกิจประเภทต่าง ๆ ทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ การเลือกจึงต้องพิจารณาจากความเหมาะสมกับลักษณะธุรกิจ งบประมาณ และโครงสร้างการทำงานขององค์กร

โปรแกรม SAP

SAP เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกและผู้นำด้านโปรแกรม ERP ของโลก ด้วยประสบการณ์ที่ยาวนานและฐานผู้ใช้งานในหลายอุตสาหกรรม จุดเด่นของโปรแกรม SAP คือความครอบคลุมในทุกโมดูลธุรกิจ ตั้งแต่การเงิน การผลิต ไปจนถึงซัพพลายเชน

Odoo คืออะไร

Odoo เป็นระบบ ERP แบบโอเพนซอร์สที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จุดเด่นของ Odoo คือความยืดหยุ่นและสามารถเลือกติดตั้งโมดูลได้ตามความต้องการของธุรกิจ เช่น บัญชี การขาย คลังสินค้า หรือการตลาดดิจิทัล

ERP Microsoft

Microsoft Dynamics 365 เป็นอีกหนึ่งระบบที่ได้รับความนิยมสูง โดยมีจุดเด่นในการเชื่อมต่อกับผลิตภัณฑ์รายอื่นของ Microsoft เช่น Office 365 หรือ Power BI ทำให้การทำงานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่ายอีกด้วย

Oracle NetSuite

Oracle NetSuite เป็นระบบแบบคลาวด์ที่มีชื่อเสียงด้านความสามารถในการรองรับการขยายตัวของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กที่กำลังเติบโตหรือธุรกิจที่ขยายไปยังต่างประเทศ จุดแข็งของ NetSuite คือการทำงานแบบครบวงจร

ข้อดี ข้อเสียของ ERP ที่ธุรกิจควรรู้

ข้อดีของ ERP ลดต้นทุนการดำเนินงานระยะยาว

ข้อดีของ ERP

  1. ลดต้นทุนการดำเนินงานระยะยาว แม้จะมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นสูง แต่เมื่อใช้งานจริง ระบบช่วยลดงาน ลดข้อผิดพลาด
  2. เพิ่มความเร็วในการให้บริการลูกค้า ข้อมูลพร้อมใช้งาน สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างรวดเร็ว
  3. สนับสนุนการเติบโตของธุรกิจ สามารถขยายระบบได้เมื่อธุรกิจโตขึ้น ทำให้ไม่ต้องเปลี่ยนซอฟต์แวร์ใหม่บ่อยครั้ง
  4. ลดความเสี่ยงด้านการควบคุมภายใน ทุกการทำงานมีการบันทึกและสามารถกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงได้อย่างรัดกุม
  5. สร้างมาตรฐานการทำงานเดียวกันทั้งองค์กร ช่วยให้ทุกแผนกทำงานไปในทิศทางเดียวกัน

ข้อเสียของ ERP

  1. การลงทุนเริ่มต้นสูง ทั้งด้านซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และค่าอบรมบุคลากร
  2. การติดตั้งใช้เวลานาน ปรับแต่งระบบให้ตรงตามความต้องการของบริษัทนั้น ๆ
  3. ความซับซ้อนในการใช้งาน สำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคย อาจต้องใช้เวลาศึกษาและฝึกอบรมก่อน
  4. การต่อต้านการเปลี่ยนแปลง พนักงานบางส่วนอาจไม่อยากเปลี่ยนวิธีการทำงานแบบเดิม
  5. อาจไม่เหมาะกับทุกธุรกิจ เช่น ธุรกิจขนาดเล็กมีกระบวนการทำงานที่ไม่ซับซ้อน
ข้อเสียของ ERP ติดตั้งใช้เวลานาน

ซอฟต์แวร์ ERP ทำงานอัตโนมัติธุรกิจจริง

การทำงานอัตโนมัติในซอฟต์แวร์ ERP ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การประมวลผลข้อมูลบัญชีหรือการจัดทำรายงาน แต่ยังขยายไปสู่การประมวลผลเอกสาร การกรอกข้อมูล ไปจนถึงการเชื่อมต่อกับระบบซอฟต์แวร์อื่น ๆ ได้อย่างไร้รอยต่อ

ซอฟต์แวร์ทำงานอัตโนมัติธุรกิจจริง

OCR ดึงข้อมูลจากเอกสารเข้าสู่ ERP

OCR (Optical Character Recognition) เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยสแกนและแปลงข้อมูลจากเอกสารกระดาษหรือไฟล์รูปภาพให้อยู่ในรูปแบบข้อความดิจิทัล เมื่อนำ OCR มาผสานเข้ากับซอฟต์แวร์ ERP ข้อมูลที่สกัดได้ จากนั้นให้ RPA นำไปบันทึกเข้าระบบทันที ลดการพิมพ์ข้อความด้วยมือ นอกจากนี้ยังช่วยให้ธุรกิจทำงานได้รวดเร็วขึ้น โดยเฉพาะในองค์กรที่ต้องจัดการเอกสารจำนวนมาก

RPA กรอกข้อมูลเข้าซอฟต์แวร์อัตโนมัติ

RPA (Robotic Process Automation) เป็นเทคโนโลยีดิจิทัลที่ทำงานเหมือนมนุษย์ แต่ต้องเป็นงานที่มีลักษณะซ้ำ ๆ และกำหนดขั้นตอนไว้ล่วงหน้า ตัวอย่างเช่น การกรอกข้อมูลคำสั่งซื้อเข้าระบบ ERP การโอนย้ายข้อมูลจากอีเมลหรือไฟล์ Excel เข้าฐานข้อมูล หรือการอัปเดตสถานะคำสั่งซื้อโดยอัตโนมัติ จุดแข็งของ RPA คือสามารถทำงานได้ 24 ชั่วโมงโดยไม่เหนื่อยล้า และไม่ผิดพลาด

การทำงานอัตโนมัติผ่านการเชื่อมต่อ API

API เป็นอีกเครื่องมือที่ช่วยให้ซอฟต์แวร์ ERP สามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่นได้อย่างราบรื่น โดยไม่ต้องป้อนข้อมูลซ้ำ แต่ต้องเป็นซอฟต์แวร์ที่รองรับ API เท่านั้นจึงใช้งานได้

แนวทางการเลือก ERP ให้เหมาะกับธุรกิจ

  • การประเมินความต้องการว่าแผนกใดบ้างที่ต้องการใช้ ERP และมีปัญหาอะไรในปัจจุบัน
  • ความเหมาะสมด้านขนาดและอุตสาหกรรม
  • งบประมาณและต้นทุนรวมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นค่าซอฟต์แวร์ ค่าฝึกอบรม และค่าบำรุงรักษา
  • ความสามารถในการเชื่อมต่อกับระบบเดิมขององค์กร
Facebook
LinkedIn
x.com