OCR (Optical Character Recognition)

OCR คืออะไร? เทคโนโลยีแปลงตัวหนังสือจากภาพหรือ PDF ให้เป็นข้อความ

OCR คือเทคโนโลยีที่ช่วยแปลงข้อความในรูปแบบภาพ เช่น เอกสารสแกน, ไฟล์ PDF หรือ รูปภาพ ให้กลายเป็นข้อความที่สามารถแก้ไข ค้นหาหรือนำมาใช้งานต่อได้ เทคโนโลยีนี้มีชื่อเต็มมาจาก Optical Character Recognition แปลเป็นไทย การรู้จำตัวอักษรด้วยแสงนับว่าเทคโนโลยีนี้เป็นการปฏิวัติการจัดการเอกสารในยุคดิจิทัล ช่วยประหยัดเวลาและเพิ่มความแม่นยำ โดยเฉพาะในองค์กรที่ต้องจัดการเอกสารจำนวนมาก อย่างไรก็ตามเทคโนโลยียังมีข้อจำกัด เช่น การจดจำข้อความจากภาพที่มีคุณภาพต่ำหรือการทำงานกับฟอนต์ที่ไม่รองรับ ซึ่งอาจต้องเตรียมเอกสารหรือตั้งค่าให้เหมาะสมกับการใช้งาน

สารบัญ

การทำงานของเทคโนโลยี

ก่อนอื่นเริ่มจากปรับแต่งภาพให้ชัดเจนขึ้นเพื่อลดสัญญาณรบกวนและแก้ไขความเอียง ก่อนที่จะใช้ OCR วิเคราะห์และแยกโครงสร้างข้อความออกเป็นบรรทัด คำ และตัวอักษร ระบบใช้การเปรียบเทียบรูปแบบตัวอักษร (Pattern Matching) หรือการวิเคราะห์ลักษณะตัวอักษร (Feature Extraction) เพื่อจดจำและแปลงเป็นข้อความ สามารถส่งออกข้อมูลเป็นไฟล์ EXCEL, TXT, DOCX, หรือ PDF ที่สามารถค้นหาได้ ปัจจุบันพัฒนาให้รองรับหลายภาษา รวมถึงภาษาไทย

OCR แบ่งออกเป็น 3 ประเภท

OCR แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ Simple OCR, Intelligent OCR และ Handwriting OCR ซึ่งแต่ละประเภทมีความสามารถและจุดเด่นแตกต่างกันออกไป เหมาะสมกับลักษณะการทำงานเฉพาะด้าน Simple OCR เหมาะกับการแปลงเอกสารที่มีฟอนต์มาตรฐานและชัดเจน ขณะที่ Intelligent OCR สามารถประมวลผลข้อมูลที่ซับซ้อนกว่า เช่น ฟอร์มและตาราง และ Handwriting OCR ออกแบบมาเพื่อจดจำลายมือ ช่วยให้การแปลงเอกสารที่เขียนด้วยมือเป็นข้อความดิจิทัลเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ธุรกิจสามารถเลือกใช้ตามความต้องการได้อย่างยืดหยุ่นและตอบโจทย์การใช้งานจริง

1. Simple OCR

คือเทคโนโลยีที่เหมาะสำหรับการแปลงข้อความตัวพิมพ์มาตรฐานจากเอกสารที่มีรูปแบบชัดเจน เช่น รานงานทางธุรกิจ หนังสือ คู่มือการใช้งาน หรือ สัญญา เป็นต้น เทคโนโลยีนี้เหมาะกับเอกสารที่มีคุณภาพที่ดี ไม่มีรอยขีดเขียนหรือรอยขีดฆ่า

2. Intelligent OCR

Intelligent Document Processing เทคโนโลยีที่พัฒนาจาก Simple OCR ด้วย AI และ Machine Learning สามารถเรียนรู้และพัฒนาความแม่นยำในการจดจำลายมือและตัวอักษรที่ไม่เป็นระเบียบ เช่น การกรอกแบบฟอร์มด้วยลายมือ หรือข้อความในภาพที่มีฟอนต์ซับซ้อน

3. Handwriting OCR

ถูกออกแบบมาเพื่อเน้นการแปลงข้อความที่เขียนด้วยมือให้เป็นข้อมูลดิจิทัล เทคโนโลยีนี้มีความแม่นยำสูงมาก เหมาะกับการจัดการเอกสารที่จัดทำด้วยลายมือ ตัวอย่างเช่น บันทึกการประชุม เอกสารทางการแพทย์ที่แพทย์เขียนด้วยลายมือ เป็นต้น

การใช้งาน OCR กับไฟล์ต่าง ๆ

สามารถนำเทคโนโลยี OCR ไปใช้ได้กับเอกสารและไฟล์หลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพ เอกสาร PDF ไฟล์ Excel หรือแม้แต่เอกสารที่เขียนด้วยลายมือ OCR ช่วยแปลงข้อมูลจากสื่อเหล่านี้ให้กลายเป็นข้อความดิจิทัลที่สามารถแก้ไข ค้นหา และนำไปใช้งานได้สะดวกมากขึ้น

ปัจจุบันถูกนำไปใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น การเงิน บัญชี กฎหมาย การแพทย์ และอีคอมเมิร์ซ ช่วยให้ธุรกิจสามารถจัดการเอกสารอัตโนมัติ ลดเวลาการทำงาน และลดข้อผิดพลาดที่เกิดจากการป้อนข้อมูลด้วยมือ นอกจากนี้ยังรองรับการทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ต่างๆ เช่น ระบบ RPA, ERP และ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผลข้อมูลอีกด้วย

OCR กับไฟล์รูปภาพ

การใช้งานกับรูปภาพ

การใช้เทคโนโลยี OCR กับภาพถ่ายหรือไฟล์รูปภาพ อย่างเช่น ใบเสร็จ หนังสือ หรือข้อมูลที่อยู่ในไฟล์ภาพ เป็นต้น โดยการตรวจจับและแปลงข้อความในภาพให้กลายเป็นข้อความดิจิทัล ไม่ต้องพิมพ์ข้อมูลเอง เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการการจัดการเอกสารจากภาพ สามารถดึงข้อมูลออกมาได้อย่างรวดเร็ว

ตัวอย่างการใช้กับรูปภาพ

  • สแกนบัตรประชาชนสำหรับการลงทะเบียนลูกค้า
  • การแปลงรูปเป็นข้อความจากใบกำกับภาษีมากรอกเข้าสู่ระบบบัญชี
  • จัดการเอกสารทางการแพทย์ เช่น ใบสั่งยา

รูปแบบไฟล์ภาพที่รองรับ

  • JPG / JPEG ไฟล์ภาพที่นิยมใช้มากที่สุด
  • PNG เหมาะสำหรับภาพที่มีตารางหรือเส้นขอบ
  • TIFF / TIF (Tagged Image File Format)
  • BMP คุณภาพของภาพดี มีไฟล์ขนาดใหญ่

เทคนิคการเตรียมภาพ

  • ใช้เครื่องมือแก้ไขภาพปรับความคมชัดของตัวอักษร
  • แปลงภาพเป็นขาวดำ เพื่อให้โปรแกรมอ่านง่ายขึ้น
  • ลบจุดและเส้นรบกวนบนภาพที่ไม่เกี่ยวข้องกับข้อความ
  • ปรับภาพให้ตรง ไม่เอียงซ้ายหรือเอียงขวา

OCR กับไฟล์ PDF

การดึงข้อความจากไฟล์ PDF ที่ไม่สามารถค้นหาได้ PDF ที่เกิดจากการสแกน เทคโนโลยีนี้ช่วยให้เอกสารที่เคยเป็นแค่ภาพ กลายเป็นไฟล์ที่สามารถค้นหา คัดลอก หรือแก้ไขได้ โดยไม่ต้องพิมพ์ใหม่ วิธีใช้งานอ่านเพิ่มเติมได้ที่ OCR PDF

ตัวอย่างการใช้กับไฟล์ PDF

  1. แผนกการเงิน: แปลงเอกสารจากใบแจ้งหนี้สแกนให้กลายเป็นข้อมูลที่นำเข้าสู่ระบบบัญชีได้
  2. ฝ่ายกฎหมาย: ค้นหาข้อมูลสำคัญในเอกสารทางกฎหมาย
  3. ทรัพยากรบุคคล: เก็บข้อมูลพนักงานจากเอกสารใบสมัครงาน
  4. การตลาด: รวบรวมข้อมูลลูกค้าจากแบบสำรวจที่สแกน
ใช้งานกับไฟล์ PDF
กรอกข้อมูลลงไฟล์ Excel

กรอกข้อมูลลงไฟล์ Excel

กรอกข้อมูลลงไฟล์ Excel เป็นการประยุกต์ใช้ RPA ทำงานร่วมกับ OCR เพื่อดึงข้อมูลจากเอกสาร เช่น ใบเสร็จหรือรายงาน และแปลงข้อมูลเหล่านั้นเข้าสู่ไฟล์ Excel อัตโนมัติ เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการจัดการข้อมูลให้เป็นระเบียบ เช่น การบัญชี คลังสินค้า เป็นต้น

วิธีการทำงานกับไฟล์ Excel

เริ่มต้นด้วยการเลือกภาพหรือเอกสารที่ต้องการแปลง จากนั้นกำหนดข้อมูลที่ต้องการให้ระบบ RPA ดึงเข้าสู่โปรแกรม Excel พร้อมขั้นตอนการตรวจสอบความถูกต้อง เพื่อให้มั่นใจในความแม่นยำของข้อมูล

การแปลงไฟล์ PDF เป็น Excel

ข้อมูลตารางที่อยู่ในรูปแบบ PDF อาจมาจากการสแกนหรือรูปภาพ สามารถแปลง PDF เป็น Excel ได้โดยวิธีการใช้เครื่องมือการจำรู้อักขระด้วยแสงกับระบบอัตโนมัติอย่างเช่น Robotic Automation สามารถนำข้อความในรูปออกมาจัดวางตามช่องที่กำหนดไว้ เพื่อให้ได้ไฟล์ Excel ที่สามารถนำไปวิเคราะห์ต่อได้

กรณีศึกษาการช่วยงานในธุรกิจ

เทคโนโลยี Optical Character Recognition ไม่ได้จำกัดแค่เพียงการแปลงเอกสารกระดาษให้เป็นไฟล์ดิจิทัลเท่าไหร่ แต่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในหลากหลายธุรกิจ เรานำเสนอกรณีศึกษามาให้อ่านกัน เผื่อช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับอุตสาหกรรมของคุณ

ธุรกิจการเงินและธนาคาร

การอ่านข้อมูลจากเช็คธนาคาร

ตัวอย่างการใช้ Optical Character Recognition ในการประมวลผลเช็ค ข้อมูลที่อ่านได้ เช่น เลขบัญชี, จำนวนเงิน, วันที่ เพื่อเพิ่มความเร็วและความแม่นยำในการตรวจสอบ

แปลงใบแจ้งหนี้และเอกสารทางการเงิน

ใช้ในการแปลงข้อมูลจากใบเสร็จ, ใบกำกับภาษี, เอกสารทางการเงินและบัญชีอื่นๆ ให้เป็นข้อความที่ใช้งานต่อได้ เพื่อง่ายต่อการจัดการหรือวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน

กรณีศึกษาในงานกฎหมาย

การใช้ Optical Character Recognition สแกนและแปลงเอกสารสำคัญทางกฎหมาย เช่น สัญญา, หนังสือมอบอำนาจ, และเอกสารคำสั่งศาล ให้เป็นรูปแบบดิจิทัล สามารถค้นหาข้อความสำคัญได้อย่างรวดเร็ว

กรณีศึกษาธุรกิจโลจิสติกส์และซัพพลายเชน

แปลงข้อมูลจากเอกสารขนส่ง

Optical Character Recognition แปลงข้อมูลในเอกสารที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจขนส่ง เช่น ใบกำกับสินค้า, ใบตราส่ง Bill of Lading และใบส่งของ ช่วยให้ระบบสามารถอัปเดตข้อมูลสินค้าคงคลังและการจัดส่งได้อย่างแม่นยำ

ดึงข้อมูลจากเอกสารศุลกากร

แปลงข้อมูลจากเอกสารนำเข้า-ส่งออกด้วย Optical Character Recognition เช่น แบบฟอร์มศุลกากร, ใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า ให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล ลดเวลาในการกรอกข้อมูลซ้ำและป้องกันข้อผิดพลาดในการผ่านพิธีการศุลกากร

หน่วยงานราชการและการศึกษา

อ่าน ตรวจสอบ และจัดเก็บข้อความในเอกสารทางราชการและการศึกษา เช่น เอกสารทะเบียนราษฎร์, บัตรประชาชน, หนังสือเดินทาง, กระดาษคำตอบแบบปรนัย เป็นต้น ช่วยประหยัดเวลาในการค้นหาและตรวจสอบข้อมูล

ข้อดีและข้อเสียของ OCR

ข้อดีที่ได้จากเทคโนโลยีนี้

  • ช่วยลดเวลาการป้อนข้อมูล – ไม่ต้องคีย์ข้อมูลด้วยมือ ลดภาระงานซ้ำซ้อน
  • เพิ่มความแม่นยำในการจัดการเอกสาร – ช่วยลดข้อผิดพลาดจากมนุษย์ (Human Error)
  • รองรับเอกสารหลายรูปแบบ – ใช้งานได้กับไฟล์ PDF, รูปภาพ, และเอกสารกระดาษที่สแกน
  • ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน – เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องจัดการเอกสารจำนวนมาก เช่น ธนาคาร บัญชี และกฎหมาย
  • สามารถทำให้เอกสารเป็นดิจิทัลและค้นหาได้ง่าย – แปลงเอกสารกระดาษเป็นไฟล์ที่สามารถค้นหาข้อความได้ (Searchable PDF)
  • รองรับการทำงานร่วมกับ AI และ Machine Learning – ช่วยเพิ่มความแม่นยำโดยเฉพาะการจดจำลายมือ

ข้อเสียของ Optical Character Recognition

  • ต้องใช้การปรับแต่งและตรวจสอบภายหลัง – อาจต้องมีการแก้ไขข้อมูลที่อ่านผิด
  • ต้องการไฟล์ต้นฉบับที่มีคุณภาพสูง – หากภาพเบลอ มีเงา หรือเอียง อาจส่งผลต่อความแม่นยำในการอ่าน
  • ระบบขั้นสูงอาจมีค่าใช้จ่ายที่สูง – ส่วนบริการฟรีอาจมีข้อจำกัดในการใช้งาน ขณะที่เวอร์ชันพรีเมียมต้องเสียค่าบริการ

เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง

เทคโนโลยี OCR ไม่ได้ทำงานเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการจดจำข้อความ โดยเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องมีดังนี้

  1. AI (Artificial Intelligence) และ Machine Learning ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) ช่วยให้เทคโนโลยีพัฒนาและเรียนรู้รูปแบบตัวอักษรได้ดีขึ้น โดยสามารถจดจำฟอนต์ที่แตกต่างกัน, รองรับลายมือ และปรับปรุงความแม่นยำของการอ่านเอกสาร เช่น Google Vision, Adobe OCR และ Tesseract ใช้ AI ในการพัฒนาให้สามารถแยกแยะอักขระได้แม่นยำขึ้น
  2. ICR (Intelligent Character Recognition) เป็นการรู้จำอักขระด้วยแสงเวอร์ชันที่ฉลาดขึ้น โดยสามารถ อ่านลายมือและตัวอักษรที่มีรูปแบบไม่ตายตัว เช่น ลายมือที่เขียนบนเอกสารราชการ หรือใบสมัครงาน ระบบ ICR พัฒนาให้สามารถเรียนรู้รูปแบบลายมือของแต่ละบุคคลและปรับปรุงความแม่นยำไปเรื่อยๆ
  3. NLP (Natural Language Processing) ใช้เทคโนโลยี NLP เพื่อทำความเข้าใจและประมวลผลข้อความที่อ่านได้ ทำให้สามารถแปลภาษา จัดเรียงคำให้ถูกต้อง หรือแยกประเภทเอกสารโดยอัตโนมัติ เช่น การดึงข้อมูลจากใบแจ้งหนี้, บัตรประชาชน หรือเอกสารทางกฎหมาย
  4. RPA (Robotic Process Automation) ใช้ร่วมกันเพื่อให้เป็นกระบวนการอัตโนมัติ เช่น การแปลงเอกสารที่สแกนเป็นข้อมูลที่พร้อมใช้งาน ในระบบ ERP หรือ CRM ช่วยให้ธุรกิจลดงานที่ต้องทำซ้ำ เช่น การป้อนข้อมูลบัญชี การแปลงใบเสร็จ หรือการบันทึกเอกสารทางภาษี
เครื่องมือที่ยอดนิยมใช้

เครื่องมือยอดนิยม

  1. OrangeVision Form – โปรแกรมที่พัฒนาโดยบริษัท เคเอสพี เอเชียฟิน จำกัด ร่วมมือกันระหว่าง Greenpro KSP Group และ OrangeFIN Asia Sdn Bhd. จากประเทศมาเลเซีย
  2. Tesseract – ฟรีและโอเพ่นซอร์ส
  3. Google Cloud Vision – พลัง AI จาก Google
  4. Adobe Acrobat OCR – แปลง PDF เป็นข้อความได้ง่าย
  5. Microsoft Azure – ระบบสำหรับธุรกิจองค์กร
  6. Amazon Textract – การรู้จำอักขระด้วยแสงจาก AWS

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Optical Character Recognition – อ่านตัวอักษรจากภาพ
  • Intelligent Character Recognition – อ่านลายมือและแบบฟอร์ม ICR สามารถอ่านลายมือที่มนุษย์เขียนได้ดีขึ้น

ความแม่นยำขึ้นอยู่กับ

  • คุณภาพของภาพ (ความละเอียดสูงจะอ่านได้ดีขึ้น)
  • ฟอนต์ที่ใช้ (อ่านฟอนต์มาตรฐานได้แม่นยำกว่า)
  • ภาษา (OCR ภาษาไทยอาจมีข้อผิดพลาด แต่ AI OCR สามารถช่วยเพิ่มความแม่นยำได้มากขึ้นถึง 95%+)

ปัญหาที่พบได้บ่อยคือ

  • อ่านตัวอักษรที่ไม่ชัดเจนผิดพลาด
  • ไม่รองรับลายมือที่อ่านยาก (ต้องใช้ ICR – Intelligent Character Recognition)
  • แยกคำภาษาไทยผิด เพราะไม่มีช่องว่างระหว่างคำ
  • สามารถแยกข้อความออกจากรูปภาพได้ แต่ไม่สามารถแปลงรูปเป็นข้อความโดยตรง
  • รองรับตารางและกราฟ จะช่วยให้การทำ Data Extraction ง่ายขึ้น
  • OCR จาก OrangeVision Form+ สามารถดึงข้อมูลที่อยู่ในตารางได้
Facebook
LinkedIn
x.com