OCR คือเทคโนโลยีแปลงรูปภาพและ PDF เป็นข้อความดิจิทัล

OCR คืออะไร? เทคโนโลยีแปลงรูปภาพและ PDF ให้เป็นข้อความดิจิทัล

OCR คือ เทคโนโลยีที่อ่านตัวอักษรจากรูปภาพ เอกสารสแกน หรือไฟล์ PDF แล้วแปลงเป็นข้อความดิจิทัลที่แก้ไข ค้นหา และคัดลอกไปใช้งานต่อได้ทันที โดยไม่ต้องพิมพ์ใหม่ด้วยมือ OCR ย่อมาจาก Optical Character Recognition หรือการรู้จำอักขระด้วยแสง องค์กรในไทยนิยมใช้ OCR ลดงานคีย์ข้อมูลจากใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ และเอกสารนำเข้า-ส่งออก ซึ่งช่วยลดเวลาทำงานได้มากกว่า 80% และลดข้อผิดพลาดจากการกรอกข้อมูลด้วยมือ (Human Error) ได้เกือบทั้งหมด

สารบัญ
หลักการทำงานของ OCR 4 ขั้นตอน ตั้งแต่เตรียมภาพจนส่งออกข้อมูล

OCR ทำงานอย่างไร? สแกนเอกสารเป็นข้อความใน 4 ขั้นตอน

หลักการทำงานของ OCR แบ่งเป็น 4 ขั้นตอนหลัก ดังนี้

  1. เตรียมภาพ (Pre-processing) — ระบบปรับแต่งภาพให้ชัดเจนขึ้น ลดสัญญาณรบกวน แก้ความเอียง และปรับคอนทราสต์ เพื่อให้อ่านตัวอักษรได้แม่นยำที่สุด
  2. แยกโครงสร้างข้อความ (Segmentation) — วิเคราะห์เลย์เอาต์ของเอกสาร แล้วแยกออกเป็นบล็อกข้อความ บรรทัด คำ และตัวอักษร รวมถึงแยกตารางและช่องฟอร์ม
  3. รู้จำตัวอักษร (Recognition) — ใช้การเปรียบเทียบรูปแบบตัวอักษร (Pattern Matching) หรือการวิเคราะห์ลักษณะตัวอักษร (Feature Extraction) ปัจจุบัน OCR ยุคใหม่ใช้ AI และ Machine Learning ทำให้อ่านฟอนต์หลากหลายและลายมือได้
  4. ส่งออกข้อมูล (Post-processing & Export) — ตรวจทานคำด้วยพจนานุกรมภาษา แล้วส่งออกเป็นไฟล์ Excel, TXT, DOCX หรือ Searchable PDF พร้อมนำไปใช้งานต่อ

💡 ระบบ OCR สมัยใหม่อย่าง OrangeVision Form+ รองรับ ภาษาไทย ได้แม่นยำสูง แม้เป็นเอกสารที่มีวรรณยุกต์และสระซับซ้อน — อ่านรายละเอียดที่ OCR ภาษาไทย

OCR มีกี่ประเภท?

OCR แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักตามความสามารถในการอ่านเอกสาร ธุรกิจสามารถเลือกใช้ตามลักษณะเอกสารที่ต้องจัดการ

1. Simple OCR

เหมาะสำหรับแปลงข้อความตัวพิมพ์มาตรฐานจากเอกสารที่มีรูปแบบชัดเจน เช่น รายงานทางธุรกิจ หนังสือ คู่มือการใช้งาน หรือสัญญา เหมาะกับเอกสารคุณภาพดี ไม่มีรอยขีดเขียนหรือรอยขีดฆ่า

2. Intelligent OCR

หรือ Intelligent Document Processing พัฒนาต่อจาก Simple OCR ด้วย AI และ Machine Learning สามารถเข้าใจ “โครงสร้าง” ของเอกสาร เช่น รู้ว่าตรงไหนคือเลขที่ใบแจ้งหนี้ วันที่ หรือยอดเงิน จึงดึงเฉพาะข้อมูลที่ต้องการจากแบบฟอร์มและตารางได้ ไม่ใช่แค่แปลงทั้งหน้าเป็นข้อความ

3. Handwriting OCR

ออกแบบมาเพื่อแปลงข้อความลายมือเป็นข้อมูลดิจิทัลโดยเฉพาะ เหมาะกับเอกสารที่กรอกด้วยมือ เช่น แบบฟอร์มราชการ บันทึกการประชุม หรือเอกสารทางการแพทย์

ประเภทของ OCR - Simple OCR, Intelligent OCR และ Handwriting OCR

AI OCR คืออะไร ต่างจาก OCR แบบเดิมอย่างไร

AI OCR คือ OCR ที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Deep Learning) อ่านเอกสาร แทนการจับคู่รูปทรงตัวอักษรแบบเดิม ระบบจึงเข้าใจบริบทของเอกสาร รู้ว่าตัวเลขไหนคือยอดเงิน วันที่ หรือเลขที่ใบแจ้งหนี้ และอ่านเอกสารที่เอียง ถ่ายด้วยมือถือ หรือมีหลายรูปแบบได้แม่นกว่า ซึ่งสำคัญมากกับภาษาไทยที่มีสระและวรรณยุกต์ซ้อนกัน อ่านเจาะลึกได้ที่ AI OCR

 OCR แบบเดิมAI OCR
วิธีอ่านจับคู่รูปทรงตัวอักษรตามกฎที่ตั้งไว้โมเดล AI อ่านโดยดูบริบททั้งหน้า
เอกสารที่เหมาะตัวพิมพ์ชัด ฟอร์มตายตัวภาพถ่าย เอกสารเอียง ลายมือ เอกสารหลายรูปแบบ
ภาษาไทยสระ วรรณยุกต์ และตัวอักษรคล้ายกันมักอ่านผิดแม่นกว่าเมื่อโมเดลฝึกด้วยเอกสารภาษาไทย
ผลลัพธ์ข้อความดิบทั้งหน้าข้อความ + ดึงเฉพาะฟิลด์ เช่น ชื่อผู้ขาย วันที่ ยอดรวม
การตั้งค่าต้องกำหนดตำแหน่งช่องข้อมูลทีละฟอร์มตั้งค่าน้อยกว่า รับเอกสารรูปแบบใหม่ได้ดีกว่า

OCR ภาษาไทย — ความท้าทายและวิธีแก้

ภาษาไทยเป็นหนึ่งในภาษาที่ OCR อ่านยากที่สุด เพราะ:

  • ไม่มีช่องว่างระหว่างคำ ทำให้ระบบแยกคำผิดได้ง่าย
  • มีวรรณยุกต์และสระบน-ล่าง ที่ซ้อนกันหลายระดับ (เช่น “ที่” “ใหญ่”)
  • ฟอนต์ราชการไทย เช่น TH Sarabun มีหัวอักษรเล็ก อ่านสับสนระหว่าง บ/ป, ฎ/ฏ ได้

วิธีแก้คือใช้ AI OCR ที่ฝึกด้วยชุดข้อมูลภาษาไทยโดยตรง อย่าง OrangeVision Form+ ซึ่งพัฒนาร่วมกันโดยทีมไทย-มาเลเซีย รองรับเอกสารราชการและเอกสารบัญชีภาษาไทยโดยเฉพาะ ความแม่นยำสูงกว่า 95% และมีระบบให้ผู้ใช้ตรวจทาน-แก้ไขก่อนส่งข้อมูลเข้าระบบ (Human-in-the-loop)

การใช้งาน OCR กับไฟล์ประเภทต่างๆ

OCR กับรูปภาพ (แปลงรูปเป็นข้อความ)

ใช้ดึงข้อความจากภาพถ่ายหรือไฟล์ภาพ เช่น ใบเสร็จ บัตรประชาชน หรือเอกสารที่ถ่ายด้วยมือถือ รองรับไฟล์ JPG, PNG, TIFF และ BMP — ดูขั้นตอนละเอียดได้ที่ วิธีแปลงรูปเป็นข้อความ

ตัวอย่างการใช้กับรูปภาพ:

  • สแกนบัตรประชาชนเพื่อลงทะเบียนลูกค้า (ใช้ในงาน KYC)
  • แปลงรูปใบกำกับภาษีเป็นข้อมูลกรอกเข้าระบบบัญชี
  • จัดการเอกสารทางการแพทย์ เช่น ใบสั่งยา

เทคนิคเตรียมภาพให้ OCR อ่านแม่นขึ้น:

  • ถ่าย/สแกนให้ความละเอียดอย่างน้อย 300 DPI
  • ปรับภาพให้ตรง ไม่เอียง ไม่มีเงาทับตัวอักษร
  • แปลงภาพเป็นขาวดำเพื่อเพิ่มคอนทราสต์
  • ลบจุดหรือเส้นรบกวนที่ไม่เกี่ยวกับข้อความ

OCR อ่านบัตรประชาชนได้อย่างไร

งานที่ใช้ OCR บ่อยที่สุดงานหนึ่งในไทยคือการอ่านบัตรประชาชน เช่น เปิดบัญชี สมัครสินเชื่อ หรือลงทะเบียนลูกค้าในระบบ e-KYC ขั้นตอนโดยทั่วไปมีดังนี้

  1. ถ่ายภาพหรือสแกนบัตร — ด้านหน้า และด้านหลังหากต้องใช้เลขหลังบัตร
  2. ปรับภาพอัตโนมัติ — ระบบหาขอบบัตร ตัดพื้นหลัง แก้ภาพเอียงและแสงสะท้อน
  3. อ่านข้อมูลทีละช่อง — เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ชื่อ-นามสกุลภาษาไทยและอังกฤษ วันเกิด ที่อยู่ วันออกบัตรและวันบัตรหมดอายุ
  4. ตรวจความถูกต้อง — คำนวณหลักตรวจสอบ (check digit) ของเลข 13 หลัก ตรวจรูปแบบวันที่ และเช็กว่าบัตรหมดอายุหรือยัง
  5. ส่งข้อมูลเข้าระบบ — กรอกเข้า CRM ระบบสมาชิก หรือระบบ e-KYC โดยให้เจ้าหน้าที่ตรวจเฉพาะช่องที่ระบบไม่มั่นใจ

ข้อควรระวัง: บัตรประชาชนมีข้อมูลส่วนบุคคล และบางช่อง เช่น ศาสนาหรือหมู่โลหิต (หากปรากฏบนบัตร) ถือเป็นข้อมูลอ่อนไหวตาม PDPA จึงควรดึงเฉพาะช่องที่จำเป็นและปิดบังช่องที่ไม่ได้ใช้

OCR ใน PDF คืออะไร?

OCR ใน PDF คือการให้ระบบอ่านตัวอักษรจากไฟล์ PDF ที่ได้จากการสแกน ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นเพียง “รูปภาพ” ที่ค้นหาหรือคัดลอกข้อความไม่ได้ แล้วเพิ่มชั้นข้อความ (text layer) ซ้อนไว้ใต้ภาพ ผลลัพธ์เรียกว่า Searchable PDF หน้าตาเอกสารเหมือนเดิมทุกอย่าง แต่กด Ctrl+F ค้นหา คัดลอก หรือส่งข้อมูลต่อเข้าโปรแกรมอื่นได้ อ่านวิธีใช้งานละเอียดที่ OCR PDF

OCR ดึงข้อมูลลง Excel อัตโนมัติ

จุดที่องค์กรได้ประโยชน์สูงสุดคือการใช้ OCR ร่วมกับ RPA — OCR อ่านข้อมูลจากเอกสาร แล้ว RPA นำข้อมูลไปจัดเรียงลงไฟล์ Excel หรือกรอกเข้าระบบ ERP/บัญชีให้อัตโนมัติ 100% เหมาะกับงานบัญชี คลังสินค้า และงานเอกสารปริมาณมาก — ดูตัวอย่างที่ แปลง PDF เป็น Excel

ตัวอย่างการใช้ OCR อ่านใบแจ้งหนี้และกรอกข้อมูลลง Excel อัตโนมัติ

ตัวอย่างการใช้ OCR ในธุรกิจไทย

ธุรกิจการเงิน ธนาคาร และบัญชี

  • อ่านข้อมูลจากเช็คธนาคาร (เลขบัญชี จำนวนเงิน วันที่) เพื่อเพิ่มความเร็วในการตรวจสอบ
  • แปลงใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ และใบกำกับภาษี เป็นข้อมูลบัญชีอัตโนมัติ
  • ทำ 3-Way Matching ตรวจสอบ PO–ใบรับสินค้า–ใบแจ้งหนี้ให้ตรงกัน

ธุรกิจโลจิสติกส์และนำเข้า-ส่งออก

งานกฎหมาย

สแกนและแปลงสัญญา หนังสือมอบอำนาจ และคำสั่งศาลเป็นไฟล์ดิจิทัล ค้นหาข้อความสำคัญได้ในไม่กี่วินาที

หน่วยงานราชการและการศึกษา

อ่านและจัดเก็บข้อมูลจากเอกสารทะเบียนราษฎร์ บัตรประชาชน หนังสือเดินทาง และกระดาษคำตอบแบบปรนัย

ข้อดีและข้อจำกัดของ OCR

ข้อดี

  • ลดเวลาคีย์ข้อมูลมากกว่า 80% — ไม่ต้องพิมพ์ข้อมูลซ้ำด้วยมือ
  • ลด Human Error — ความแม่นยำสูงกว่าการกรอกมือ โดยเฉพาะตัวเลขบัญชีและยอดเงิน
  • รองรับเอกสารหลายรูปแบบ — PDF, รูปภาพ, เอกสารสแกน
  • ค้นหาเอกสารได้ในไม่กี่วินาที — เปลี่ยนกองกระดาษเป็น Searchable PDF
  • ต่อยอดเป็นระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ — ทำงานร่วมกับ RPA, ERP และ AI ได้
  • ลดต้นทุนกระดาษและพื้นที่จัดเก็บ — ก้าวสู่สำนักงาน Paperless

ข้อจำกัดที่ควรรู้

  • ภาพคุณภาพต่ำ เบลอ หรือเอียง ทำให้ความแม่นยำลดลง — แก้ได้ด้วยการเตรียมภาพก่อนแปลง
  • ลายมือที่อ่านยากต้องใช้ ICR/Handwriting OCR โดยเฉพาะ
  • ควรมีขั้นตอนตรวจทาน (Human Review) สำหรับเอกสารสำคัญ เช่น เอกสารการเงิน
  • ระบบระดับองค์กรมีค่าใช้จ่าย — ควรเทียบกับต้นทุนแรงงานคีย์ข้อมูลที่ประหยัดได้ต่อปี

วิธีเลือกโปรแกรม OCR สำหรับองค์กร

เลือกจากเกณฑ์ 5 ข้อนี้:

  1. ความแม่นยำกับภาษาไทย — ทดสอบกับเอกสารจริงขององค์กรก่อนตัดสินใจ
  2. รองรับเอกสารแบบฟอร์ม — ดึงเฉพาะฟิลด์ที่ต้องการ (เลขที่เอกสาร, ยอดเงิน) ได้หรือไม่
  3. เชื่อมต่อระบบเดิมได้ — ส่งข้อมูลต่อเข้า Excel, ERP, SAP หรือระบบบัญชีอัตโนมัติ
  4. ความปลอดภัยของข้อมูล — สำคัญมากสำหรับเอกสารการเงินและข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
  5. มีทีมซัพพอร์ตในไทย — ช่วยตั้งค่าเทมเพลตเอกสารและแก้ปัญหาได้เร็ว

เปรียบเทียบเครื่องมือ OCR ยอดนิยม

เครื่องมือ จุดเด่น เหมาะกับ
OrangeVision Form+ OCR ภาษาไทยแม่นยำสูง ดึงข้อมูลจากฟอร์ม/ตาราง ทำงานร่วมกับ RPA ได้ทันที มีทีมซัพพอร์ตไทย องค์กรไทยที่ต้องการระบบครบวงจร
Google Cloud Vision AI แม่นยำ รองรับหลายภาษา นักพัฒนาที่เชื่อม API เอง
Adobe Acrobat OCR แปลง PDF ง่าย ใช้แพร่หลาย งานเอกสารทั่วไปรายบุคคล
Tesseract ฟรี โอเพนซอร์ส นักพัฒนา ทดลองใช้งาน
Typhoon OCR โมเดลเปิดจาก SCB 10X ฝึกกับเอกสารไทย-อังกฤษ ดึงข้อความพร้อมโครงสร้าง เช่น ตาราง นักพัฒนาที่ต้องการ OCR ภาษาไทยแบบติดตั้งเอง
PaddleOCR โอเพนซอร์สจาก Baidu รองรับหลายภาษา มีโมเดลตรวจเลย์เอาต์และตาราง นักพัฒนา ทีมที่ต้องการรันในเครื่องตัวเอง
DeepSeek-OCR โมเดลเปิดจาก DeepSeek (ปลายปี 2025) อ่านเอกสารยาวโดยบีบอัดภาพให้ใช้ทรัพยากรน้อย ต้องใช้ GPU ทีมเทคนิคที่ทดลองโมเดลภาพ-ภาษา (VLM)
Microsoft Azure AI Vision ผูกกับระบบ Microsoft องค์กรที่ใช้ Azure อยู่แล้ว
Amazon Textract ดึงข้อมูลฟอร์ม/ตารางบน AWS องค์กรที่ใช้ AWS อยู่แล้ว

สนใจดูจุดเด่นแบบเจาะลึกและตัวอย่างการใช้งานจริง อ่านต่อที่ โปรแกรม OCR สำหรับองค์กร

ก้าวต่อไป — ใช้ OCR ร่วมกับ RPA ให้ทำงานอัตโนมัติ 100%

OCR แปลงเอกสารเป็นข้อมูล แต่ความคุ้มค่าที่แท้จริงเกิดเมื่อข้อมูลนั้น “ไหลต่อ” เข้าระบบโดยไม่ต้องใช้คน เช่น อ่านใบแจ้งหนี้ → ตรวจสอบความถูกต้อง → กรอกเข้าระบบบัญชี → ตั้งหนี้อัตโนมัติ → แจ้งเตือนผู้อนุมัติ ทั้งหมดนี้ทำได้ด้วย OCR + โปรแกรม RPA — ดูภาพรวมการทำงานร่วมกันที่ RPA + OCR Automation

ปรึกษาฟรี: ทีม KSP AsiaFIN ยินดีประเมินว่าเอกสารแบบไหนขององค์กรคุณใช้ OCR ได้ และคุ้มค่าแค่ไหน

📞 084-324-2749 • 📧 info@kspasiafin.com • ติดต่อเรา

หากองค์กรของคุณพร้อมนำ OCR ไปใช้กับเอกสารจริง ดูรายละเอียด โปรแกรม OCR ภาษาไทยสำหรับองค์กร และขอ Demo ฟรีเพื่อทดสอบกับเอกสารขององค์กรคุณได้ทันที

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

OCR ย่อมาจาก Optical Character Recognition ภาษาไทยเรียกว่า “การรู้จำตัวอักษรด้วยแสง” คือเทคโนโลยีที่แปลงข้อความบนภาพหรือเอกสารสแกนให้เป็นข้อความดิจิทัล

คือการใช้ OCR อ่านข้อความจาก PDF ที่ได้จากการสแกน ซึ่งเป็นภาพที่ค้นหาหรือคัดลอกข้อความไม่ได้ แล้วเพิ่มชั้นข้อความซ้อนไว้ ทำให้ได้ Searchable PDF ที่หน้าตาเหมือนเดิมแต่ค้นหา คัดลอก และส่งข้อมูลต่อได้ ดูวิธีทำที่ OCR PDF

OCR สแกนเอกสารได้อย่างไร?

OCR ทำงาน 4 ขั้นตอน คือ (1) ปรับภาพให้ชัดและตรง (2) แยกบล็อกข้อความ บรรทัด และตัวอักษร (3) รู้จำตัวอักษรด้วยโมเดล AI และ (4) ตรวจทานแล้วส่งออกเป็น Excel, Word หรือ Searchable PDF เครื่องสแกนหรือกล้องมือถือมีหน้าที่แค่สร้างภาพ ส่วนการอ่านตัวอักษรเป็นงานของซอฟต์แวร์ OCR

AI OCR คืออะไร?

AI OCR คือ OCR ที่ใช้ Deep Learning อ่านเอกสาร จึงเข้าใจบริบท รู้ว่าข้อความไหนคือชื่อ วันที่ หรือยอดเงิน และอ่านเอกสารหลายรูปแบบ ลายมือ หรือภาพถ่ายได้แม่นกว่า OCR แบบเดิม อ่านต่อที่ AI OCR

OCR อ่านบัตรประชาชนได้อย่างไร?

ระบบถ่ายหรือสแกนบัตร ปรับภาพ แล้วอ่านข้อมูลทีละช่อง เช่น เลข 13 หลัก ชื่อ-นามสกุล วันเกิด และที่อยู่ จากนั้นตรวจหลักตรวจสอบของเลขบัตรและวันหมดอายุก่อนส่งเข้าระบบ นิยมใช้ในงาน e-KYC เปิดบัญชีและสมัครสมาชิก

OCR ใช้ทำอะไรได้บ้าง?

ใช้แปลงเอกสารกระดาษ รูปภาพ และ PDF เป็นข้อมูลที่นำไปใช้ต่อได้ เช่น คีย์ใบแจ้งหนี้และใบเสร็จเข้าระบบบัญชี อ่านบัตรประชาชนในงาน e-KYC ดึงข้อมูลจาก Packing List และใบขนสินค้า ทำเอกสารเก่าให้ค้นหาได้ และส่งข้อมูลต่อให้ RPA ทำงานอัตโนมัติ ดู ตัวอย่างการใช้ OCR ในองค์กร

เครื่องมือฟรี (เช่น Google Lens, Tesseract) เหมาะกับงานทั่วไปครั้งคราว แต่ OCR ระดับองค์กรดึงข้อมูลเฉพาะฟิลด์จากแบบฟอร์มได้ ประมวลผลเอกสารปริมาณมากแบบตั้งค่าครั้งเดียว เชื่อมต่อระบบบัญชี/ERP ได้ และมีมาตรการความปลอดภัยข้อมูลที่ตรวจสอบได้

ขึ้นอยู่กับคุณภาพเอกสารและเครื่องมือที่ใช้ OCR ทั่วไปมักมีปัญหากับสระและวรรณยุกต์ไทย แต่ AI OCR ที่ฝึกด้วยข้อมูลภาษาไทยโดยตรง เช่น OrangeVision Form+ ให้ความแม่นยำได้สูงกว่า 95% กับเอกสารคุณภาพดี

OCR อ่านตัวอักษรพิมพ์จากภาพ ส่วน ICR (Intelligent Character Recognition) เป็นเวอร์ชันที่ฉลาดขึ้น สามารถอ่านลายมือและเรียนรู้รูปแบบการเขียนของแต่ละบุคคลได้

ได้ — OCR ระดับองค์กรอย่าง OrangeVision Form+ สามารถเข้าใจโครงสร้างตาราง แยกข้อมูลแต่ละช่อง และส่งออกเป็นไฟล์ Excel ที่จัดเรียงตามคอลัมน์ได้ทันที

เริ่มจาก (1) เลือกกระบวนการที่มีเอกสารปริมาณมากและรูปแบบค่อนข้างคงที่ เช่น ใบแจ้งหนี้ (2) ทดสอบความแม่นยำกับเอกสารจริง (3) กำหนดขั้นตอนตรวจทาน และ (4) เชื่อมต่อข้อมูลเข้าระบบปลายทางด้วย RPA — ติดต่อทีม KSP AsiaFIN เพื่อขอ Demo ฟรีได้ที่ 084-324-2749

ได้ OCR รุ่นใหม่ที่พัฒนาสำหรับภาษาไทยโดยเฉพาะ เช่น OrangeVision Form+ รองรับเอกสารที่มีภาษาไทย อังกฤษ และตัวเลขปนกันในหน้าเดียว เช่น ใบกำกับภาษีหรือใบแจ้งหนี้ โดยยังคงความแม่นยำสูงกว่า 95% จึงใช้กับเอกสารธุรกิจไทยได้จริงโดยไม่ต้องคัดแยกภาษาก่อน

Facebook
LinkedIn
x.com