RPA การบริการลูกค้า

RPA ในการบริการลูกค้า

หนึ่งในเครื่องมือที่มีบทบาทสำคัญในการยกระดับประสบการณ์ลูกค้า RPA การบริการลูกค้า คือการใช้เทคโนโลยี Robotic Process Automation ช่วยเพิ่มความรวดเร็วและลดความผิดพลาดในกระบวนการบริการลูกค้าได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในงานที่ต้องใช้ข้อมูลจำนวนมากและการดำเนินงานซ้ำๆ นอกจากนี้ RPA ยังช่วยลดภาระงานของพนักงานบริการลูกค้า พนักงานสามารถมุ่งเน้นไปกับงานที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ ผลที่ได้จากการใช้งาน RPA ส่งผลให้ความพึงพอใจของลูกค้าเพิ่มสูงขึ้น พร้อมทั้งช่วยเสริมสร้างความภักดีต่อแบรนด์อย่างยั่งยืน

สารบัญ

RPA Customer Service

RPA Customer Service หรือ RPA การบริการลูกค้า มีบทบาทสำคัญในการปรับปรุงการให้บริการลูกค้าในหลากหลายมิติ ตั้งแต่การตอบคำถามเบื้องต้นที่มักใช้เวลานานไปจนถึงการประมวลผลคำร้องต่างๆ เทคโนโลยีนี้ช่วยให้ธุรกิจสามารถให้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องเพิ่มพนักงาน อีกทั้งยังช่วยลดข้อผิดพลาดที่เกิดจากมนุษย์

RPA Customer Service

ตัวอย่างการใช้งาน RPA ในกระบวนการบริการลูกค้า

ตัวอย่างการใช้งาน RPA ในกระบวนการบริการลูกค้า ได้แก่ RPA จัดการข้อมูลลูกค้า บอทช่วยประสานงานกับลูกค้า การจัดการข้อร้องเรียน การสนับสนุนด้านเทคนิค บริการหลังการขาย ติดตามความพึงพอใจลูกค้า เป็นต้น

RPA การจัดการข้อมูลลูกค้า

การจัดการข้อมูลลูกค้า

Robotic Process Automation สามารถดึงข้อมูลจากเอกสาร ฟอร์มออนไลน์ หรืออีเมล และบันทึกลงฐานข้อมูลอัตโนมัติ ทำให้การจัดเก็บข้อมูลเป็นระบบมากขึ้น นอกจากนี้ RPA ยังช่วยในการตรวจสอบและอัปเดตข้อมูลให้เป็นปัจจุบันอย่างสม่ำเสมอ ลดโอกาสเกิดข้อผิดพลาดจากการป้อนข้อมูลด้วยมือ องค์กรยังสามารถนำข้อมูลที่ได้ไปวิเคราะห์เชิงลึก

ประสานงานกับลูกค้า

RPA ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการติดต่อประสานงานกับลูกค้าผ่านระบบอัตโนมัติที่ออกแบบให้ตอบสนองได้รวดเร็ว เช่น การส่งข้อความตอบกลับอัตโนมัติที่ถูกออกแบบให้เหมาะสมกับบริบทของลูกค้า นอกจากนี้ RPA ยังสามารถส่งต่อคำขอของลูกค้าไปยังแผนกต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้อย่างแม่นยำ ลดความล่าช้าในการดำเนินงาน การตั้งค่าระบบให้แจ้งเตือนสถานะคำขอหรือติดตามการดำเนินการเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของการใช้งาน RPA

RPA ประสานงานกับลูกค้า
RPA การจัดการข้อร้องเรียน

การจัดการข้อร้องเรียน

ลูกค้าสามารถส่งคำร้องเรียนผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ ซึ่ง RPA จะจัดเก็บข้อร้องเรียนอย่างเป็นระบบและแจ้งเตือนไปยังฝ่ายที่เกี่ยวข้องโดยทันที ระบบยังสามารถตรวจสอบข้อมูลเพื่อจัดลำดับความสำคัญของข้อร้องเรียนได้อัตโนมัติ เช่น ข้อร้องเรียนเร่งด่วนจะถูกส่งไปให้ทีมที่รับผิดชอบโดยตรง RPA ยังช่วยในการติดตามความคืบหน้าของการแก้ปัญหาและแจ้งสถานะให้ลูกค้าทราบในแต่ละขั้นตอน

สนับสนุนด้านเทคนิค

RPA มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนด้านเทคนิค โดยสามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาทางเทคนิคเบื้องต้น เช่น การรีเซ็ตรหัสผ่าน การแก้ไขการตั้งค่าบัญชี หรือการตรวจสอบสถานะระบบโดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังสามารถนำ RPA มาใช้ในการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาของลูกค้าเพื่อนำมาวิเคราะห์และปรับปรุงสินค้าหรือบริการ

RPA สนับสนุนด้านเทคนิค
RPA บริการหลังการขาย

บริการหลังการขาย

RPA ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในงานบริการหลังการขาย โดยการตั้งค่าระบบให้ติดตามข้อมูลหลังการซื้อ เช่น การแจ้งเตือนการบำรุงรักษาหรือการอัปเกรดผลิตภัณฑ์อัตโนมัติ นอกจากนี้ RPA ยังสามารถรวบรวมพฤติกรรมการใช้งานของลูกค้าเพื่อเสนอแนะสินค้าหรือบริการที่เหมาะสมได้อย่างตรงจุด

ติดตามความพึงพอใจ

การติดตามความพึงพอใจของลูกค้าด้วย RPA ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเก็บข้อมูลและการประมวลผล RPA สามารถตั้งค่าให้ส่งแบบสอบถามความคิดเห็นไปยังลูกค้าอัตโนมัติหลังการใช้บริการ รวมถึงรวบรวมคำตอบและสร้างรายงานสรุปผลเพื่อให้ทีมงานสามารถประเมินผลได้รวดเร็วและแม่นยำ

RPA ติดตามความพึงพอใจ

ประโยชน์ของ RPA ในการบริการลูกค้า

  1. ช่วยลดเวลาการทำงาน เช่น การตรวจสอบข้อมูลลูกค้า การบันทึกคำร้องเรียน หรือการบริการสนับสนุนลูกค้า ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถมุ่งเน้นกับงานที่มีความซับซ้อนและงานที่ต้องการการตัดสินใจมากขึ้น
  2. ลดระยะเวลาในการดำเนินงาน ลูกค้าจะได้รับบริการที่รวดเร็ว สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า
  3. การใช้ RPA ในการจัดการข้อมูล ช่วยลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจากการทำงานของมนุษย์ เช่น การคีย์ข้อมูลผิด หรือการลืมทำงานบางขั้นตอนที่สำคัญ
  4. RPA สามารถทำงานได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องหยุดพัก ช่วยให้ธุรกิจสามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง
  5. ลดต้นทุนในการดำเนินงาน และลดการสูญเสียที่เกิดจากข้อผิดพลาด
  6. ลดความเสี่ยงในการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต และสามารถกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงได้อย่างแม่นยำ

คำถามที่พบบ่อยใน RPA การบริการลูกค้า

  • การตอบคำถามอัตโนมัติ (FAQ Automation) – RPA สามารถดึงข้อมูลคำตอบจากฐานข้อมูลและแสดงให้ลูกค้า
  • การตรวจสอบและอัปเดตข้อมูลลูกค้า – เช่น ตรวจสอบสถานะคำสั่งซื้อ อัปเดตที่อยู่
  • การดำเนินการคำขออัตโนมัติ – เช่น การขอคืนเงิน การยกเลิกคำสั่งซื้อ
  • การส่งการแจ้งเตือนอัตโนมัติ – แจ้งลูกค้าเกี่ยวกับโปรโมชั่นหรือการอัปเดตคำสั่งซื้อ

RPA ไม่ได้มาแทนที่พนักงาน แต่ช่วยให้พนักงานมีเวลาทำงานที่ซับซ้อนและมีคุณค่ามากขึ้น เช่น การแก้ไขปัญหาที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์หรืออารมณ์

RPA ช่วยลดเวลาในการแก้ปัญหาลูกค้าได้โดยการทำงานแบบอัตโนมัติ เช่น
– ดึงข้อมูลลูกค้าได้ทันที: ไม่ต้องให้ลูกค้ารอเจ้าหน้าที่ค้นหาข้อมูล
– จัดการคำขอทั่วไปแบบอัตโนมัติ: เช่น รีเซ็ตรหัสผ่าน, อัปเดตข้อมูลลูกค้า
– ส่งคำขอไปยังฝ่ายที่เกี่ยวข้องอัตโนมัติ: เช่น หากต้องใช้มนุษย์ตัดสินใจ RPA จะสร้าง Ticket และส่งให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบโดยตรง

  • ธุรกิจที่มีงานซ้ำซ้อนและใช้เวลานาน เช่น บริษัทโทรคมนาคม, ธนาคาร, ประกันภัย
  • ธุรกิจที่ต้องให้บริการลูกค้าตลอด 24/7 เช่น อีคอมเมิร์ซ, แพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง
  • องค์กรที่มีปริมาณคำขอสูงและต้องการลดต้นทุน เช่น ศูนย์บริการลูกค้าขนาดใหญ่

ตัวอย่าง RPA กับงานฝ่ายอื่น

RPA กับงานฝ่ายวิจัย

RPA กับงานวิจัย

สามารถประยุกต์ใช้กับงานวิจัยและพัฒนาได้หลายด้าน เช่น เก็บรวบรวมข้อมูล อ่านเพิ่มเติม RPA แผนกวิจัย

บทความ RPA งานกฎหมาย

RPA งานกฎหมาย

เครื่องมือช่วยงานฝ่ายกฎหมายให้ทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น จัดการเอกสารสัญญา อ่านเพิ่ม RPA กฎหมาย

RPA กับงานแผนกขาย

RPA กับงานฝ่ายขาย

เทคโนโลยีนี้สามารถช่วยงานได้หลากหลาย เช่น ดึงข้อมูล ติดตามผล ทำรายงาน เพิ่มเติม RPA ฝ่ายขาย

RPA กับงานการตลาด

RPA กับงานการตลาด

ช่วยจัดการงานการตลาดให้เสร็จอย่างรวดเร็ว เช่น ข้อมูลลูกค้า จัดทำรายงาน เพิ่มเติม RPA การตลาด